กาแฟไข่เวียดนาม กาแฟง่าย ๆ ที่ให้กลิ่นที่หอมกรุ่นลงตัว ทั้งความหวานและความมัน

กาแฟไข่เวียดนาม

กาแฟไข่เวียดนาม กาแฟที่กำเนิดจากความขัดสน สู่ความเป็นเอกลักษณ์ของชาติ

กาแฟไข่เวียดนาม กาแฟ กับ ไข่ ที่กำเนิดขึ้นในช่วง สงครามอินโดจีน นมเป็นสิ่งที่หายากมาก ๆ ในประเทศเวียดนาม ดังนั้นในปี 1946 บาร์เทนเดอร์ที่ Hanoi’s Sofitel Legend Metropole Hotel ได้พัฒนากาแฟที่ใช้ ไข่ลวกแทนการใส่นม

โดยผู้ที่คิดค้นเมนูนี้คือ Nguyen Van Giang โดยเป็นเครื่องที่ ประสบความสำเร็จถึงขนาดที่ เจ้าของไอเดียเมนูนี้ ออกไปเปิดร้าน เป็นของตัวเองในชื่อ Cafe Giang เพื่อเข้าถึงคนมากขึ้น

โดยต่อมาก็มีการ ใช้ไข่ไม่สุก ผสมกับกาแฟเลยเป็น กาแฟไข่ดิบ หรือ กาแฟ ไข่ สด แต่แบบดั้งเดิมต้องเป็นไข่ลวกนะ

กาแฟไข่เวียดนาม

การพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ทำให้รสชาติของเมนูนี้ลงตัวมากขึ้นเรื่อย ๆ

เมนูนี้ยิ่งแพร่หลายมากขึ้น เมื่อมีอุปกรณ์อย่าง เครื่องปั่นเข้ามา โดยในปี 1980 เครื่องดื่มพื้นบ้านอันนี้ นั้นยิ่งทวีความนิยม เข้าไปอีก โดยแม้ปัจจุบัน จะนิยมไปทั่วโลก มีบาริสต้าหลายคน ที่นำเมนูนี้ไปพัฒนา เป็นของตัวเอง โดยปัจจุบันร้าน Café Giang ก็ยังเปิดอยู่โดยลูกของคุณ Van Giang ชื่อว่า Tri Hoa เป็นคนดำเนินกิจการอยู่

“ผมค่อนข้างเปิดใจ กับการเลียนแบบเมนูนี้ ของคนอื่น ๆ มันเป็นส่วนหนึ่ง ของโลกธุรกิจ หลาย ๆ คนสามารถมีสินค้า ที่เหมือน ๆ กันและพัฒนาไปเป็น ของตัวเองได้ สำหรับผม ผมมั่นใจใน วัตถุดิบลับของผม ที่มันทำให้กาแฟของผมนั้น มีความออริจินัล”

หากใครมีโอกาส ก็อย่าลืมไปลองหา กาแฟไข่เวียดนาม ดื่มกันดูนะ เป็นการเปิดประสบการณ์ การดื่มกาแฟรูปแบบใหม่เลยล่ะ


เรียบเรียง: แซมมีแบร์

เรื่องน่ารู้ เกี่ยวกับอาหาร ไขข้อสงสัยว่าอาหารที่เรากินอยู่ทุกวัน มีประโยชน์อย่างไรบ้าง?

เรื่องน่ารู้

เรื่องน่ารู้ คุณสมบัติของอาหารแต่ละชนิด จะส่งผลอย่างไรบ้างต่อร่างกายของเรา?

เรื่องน่ารู้ ทุกคนเคยสงสัยกันไหมคะ? ว่าอาหารที่เรากินเข้าไปนั้น ไม่ว่าจะเป็น เนื้อสัตว์ นม ผัก และผลไม้ต่าง ๆ มีข้อเท็จจริงเกี่ยวกับอาหารอย่างไรบ้าง? โดยต่อไปนี้เราจะขอนำเสนอ ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับอาหาร และ เรื่องที่มีประโยชน์ น่าสนใจ ให้ทุกคนได้อ่าน เพื่อเป็น เกร็ดความรู้ กันค่ะ

  • ดาร์กช็อกโกแลต
    ช็อกโกแลต เป็นขนมหวาน ที่ทำจากถั่วคั่วของต้นโกโก้ เชื่อกันว่า… เมื่อรับประทานในปริมาณพอเหมาะ จะส่งผลดีและมีประโยชน์ ต่องร่างกายของเราเป็นอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นการปรับปรุง คอเลสเตอรอลที่ไม่ดี

เรื่องน่ารู้

ไปจนถึงการลดความดันโลหิต ช่วยลดความเครียด และปรับปรุงการมองเห็นให้ชัดเจนยิ่งขึ้น และยังมีผลวิจัยของฮาร์วาร์ด ที่พบว่า การดื่มช็อกโกแลตร้อนสองถ้วยต่อวัน ช่วยป้องกันความจำเสื่อมได้!

  • ราสป์เบอร์รี

เกร็ดความรู้
หลายคนคงเคยได้ยินมาว่า ราสป์เบอร์รีเป็นสมาชิกของตระกูลเบอร์รี และความจริงอีกเรื่องที่คุณต้องรู้คือ ราสป์เบอร์รีเป็นสมาชิก ของตระกูลกุหลาบ เช่นเดียวกับเชอร์รี่, แอปริคอท, ลูกพลัม, ลูกแพร์, แอปเปิล

  • บรอกโคลี มีประโยชน์มากกว่าที่คุณคิด นอกจากสารอาหารตามปกติ ที่จะได้รับจากการรับประทานผักแล้ว บรอกโคลียังมีโปรตีนอยู่เป็นจำนวนมาก โดยมากกว่าสเต๊ก 1 ชิ้น และยังเป็นโปรตีน ที่ปราศจากไขมันอิ่มตัว และไขมันทรานส์

เรื่องที่มีประโยชน์ น่าสนใจ

ถือว่าดีและมีประโยชน์ โดยเฉพาะกับผู้ที่ต้องการโคเลสเตอรอล อย่างผู้ป่วยโรคหัวใจ และหลอดเลือด

  • แอปเปิล

เรื่องน่ารู้ 2564
ให้พลังงานมากกว่ากาแฟ โดยคุณสามารถทดลอง ในช่วงที่คุณรู้สึกว่ามีพลังงานน้อย ให้ลองเคี้ยวแอปเปิลแทนการกินกาแฟ แล้วคุณจะเห็นผลทันที! เพราะในแอปเปิล 1 ลูก มีคาร์โบไฮเดรต ไฟเบอร์ วิตามินซี และแร่ธาตุสูง จึงเป็นตัวเลือกที่ช่วยให้คุณ มีพลังงานตลอดทั้งวัน ได้ไม่แพ้กาแฟเลยค่ะ

นำเสนอ เรื่องน่ารู้ 2564 โดย สายรุ้ง

แกงกะหรี่ อาหารที่บางคนชอบกิน บางคนไม่ชอบรสชาติ เหตุผลว่ามีกลิ่นฉุน

แกงกะหรี่

แกงกะหรี่ ที่หลายคนเข้าใจว่า เป็นอาหารญี่ปุ่น แต่แท้จริงแล้ว มีต้นกำเนิดจากอินเดีย

แกงกะหรี่ ที่ใส่ผงกะหรี่ เครื่องแกงที่ มีสีเหลือง มีเครื่องเทศ เป็นส่วนประกอบ นำมาผสมกันอย่างเช่น ขิงเหลือง พริกไทย กระเทียม มีรสเผ็ด และให้กลิ่นหอม

หรือที่เรา รู้จักกันดีก็คือมักจะใส่ เนื้อสัตว์ ส่วนตัว อลิส ชอบทาน แกง กระ หรี่ เนื้อตุ๋น และใส่ผักต่างๆ ไข่ต้ม โดยจะนำมาราด ลงไปบน ข้าวสวยร้อน ๆ

ปัจจุบันได้มี ก้อนแกง กระ หรี่ ส่วนผสม หลัก มีออกมาวางขาย ก้อนแกง กระ หรี่ 7-11 ซึ่งดูจาก วัตถุดิบแล้ว จะรู้ได้ เลยว่าเป็น เมนูทำง่าย
ที่ราคา ไม่ได้สูงมาก อีกด้วยค่ะ เพื่อน ๆ บางคนอาจ จะเข้าใจว่า เมนูนี้ เป็นอาหาร ของญี่ปุ่น เพราะจะได้เห็น เมนูข้าว แกงกะหรี่ ได้ในร้าน อาหารญี่ปุ่น

แต่จริงๆ แล้วแกงกะหรี่ มีที่มาจาก ประเทศอินเดียค่ะ ในสมัยก่อน ที่อยู่ในยุค ขยายเขต อาณานิคม และยังเดินทาง กันโดยเรือ ทหารเรืออังกฤษ ได้เดินทาง ไปที่อินเดีย และติดใจ ในรสชาติ

ของอาหาร อินเดียที่ จะใช้เครื่องเทศ เข้ามาเป็น เครื่องปรุงอยู่ ในอาหาร โดยเฉพาะ แกงกะหรี่ ทหารอังกฤษ จึงได้นำเครื่องเทศเหล่านั้น

ติดเรือมาด้วย เมื่อทหารเรือ ของอังกฤษ ได้เดินทาง ไปเพื่อเป็น พันธมิตร
ที่ประเทศญี่ปุ่น ได้ถูกเผยแพร่ เข้าไปที่ญี่ปุ่น นั่นเองค่ะ

แกงกะหรี่ ต้นฉบับของอินเดีย ที่มีส่วนผสม เครื่องเทศที่หลากหลาย รสชาติเผ็ดร้อน 

แกงกะหรี่

ถือว่าเป็นเมนู ที่ยอดนิยม และยังเป็น เมนูหลักๆ ของชาวอินเดีย ก็ว่าได้เลยค่ะ
ซึ่งแกงของ ประเทศอินเดีย นั้นมี 2 แบบคือ แกงกะหรี่ และแกงมาซาล่า

ซึ่งแกงทั้งสองแบบนี้จะ มีความเข้มข้น แตกต่างกันค่ะ แกงกะหรี่ นั้นจะมี ความเข้มข้น ที่น้อยกว่า
แกงมาซาล่า เนื่องจากปรุง ด้วยน้ำแกง แกงกะหรี่ อินเดีย มาจากการ ที่เอาเครื่องเทศ
แกง กระ หรี่ โบราณ หลากหลายชนิด มาผสมกัน

ทำให้มี รสชาติเผ็ด และมีกลิ่นที่เฉพาะตัว ชาวอินเดีย กินแกงกะหรี่คู่กับ แผ่นแป้งบางๆ เรียกว่า Naan ที่อบในเตาถ่านร้อน ๆ สำหรับคน ที่ไม่ค่อย ชื่นชอบก็จะบอกว่า มีกลิ่นที่ฉุน แต่ถ้าเพื่อนๆ คนไหนได้ลองชิม

ส่วนใหญ่ก็ จะติดใจ ในรสชาติ ก็ได้นะคะ ข้อดีของ กะหรี่นั้น ยังสามารถ ดับกลิ่นที่
ไม่พึงประสงค์ ของอาหาร ได้ดีด้วย

นอกจากนี้ ชาวอินเดีย ยังนิยม นำกะหรี่ มาใส่ลงใน อาหารแล้ว ยังเป็นการ ถนอมอาหาร และยังช่วย กระตุ้นให้เกิด ความอยากอาหาร ช่วยให้เรา เจริญอาหาร อีกด้วยค่ะ

ญี่ปุ่นนำแกงกะหรี่ มาดัดแปลง ให้เข้ากับวัฒนธรรม การกินของตัวเอง
จนทำให้แกงกะหรี่ เป็นที่ชื่นชอบของคนไทย

ก้อนแกง กระ หรี่ ส่วนผสม

สำหรับคนญี่ปุ่น จะมีการ ดัดแปลงสูตร จากดั้งเดิม ของอินเดีย เคี่ยวคาเร กับเนื้อสัตว์ต่างๆ หัวหอม แอปเปิ้ล มันฝรั่ง และแครอท เสิร์ฟราดบนข้าว ญี่ปุ่นร้อนๆ คู่กับ ทงคัตสึ

หรือหมูชุบเกล็ดขนมปัง ทอดแบบของ คนญี่ปุ่น อีกทั้งยัง เปลี่ยนไปกิน คาเรกับ “ข้าวญี่ปุ่น” ซึ่งเป็นสิ่ง
ที่ขาดไม่ได้ สำหรับคนที่นี่ คาเรญี่ปุ่น จะข้นกว่า และไม่ได้ เน้นเครื่องเทศ มากนักรสชาติ
จึงมีความ เผ็ดร้อน น้อยกว่าแกง กะหรี่อินเดีย

เพราะว่าคน ญี่ปุ่นส่วนใหญ่ จะไม่กินอาหารรสเผ็ดเลย จึงไม่มี การเพิ่มความ เผ็ดด้วยพริก อีกเลยค่ะ ซึ่งทำให้ ได้คาเร

ที่เนื้อละเอียดละมุน ๆ พร้อมรสชาติ ที่หวานจาก ธรรมชาติ  กินคู่กับ หัวไชเท้าดอง เพื่อตัดเลี่ยน นี่ก็เป็น เคล็ดลับ แกง กระ หรี่ ญี่ปุ่น อีกสิ่งหนึ่ง

จึงทำให้ เมนูนี้ กลายเป็นอีก หนึ่งอาหารที่ยอดนิยม ของคนญี่ปุ่น แม้แต่คนไทย ก็ชื่นชอบ แกงกะหรี่ ของญี่ปุ่น ไปแล้วก็ ว่าได้ค่ะ

บางครอบครัว ในประเทศญี่ปุ่น แทบจะมีอยู่ ไม่มื้อใด ก็มื้อหนึ่ง หรือไม่ก็ทั้งเช้า กลางวัน เย็นเลยทีเดียวค่ะ

อลิส เคยได้ยินว่า กินแกงกะหรี่ เป็นประจำ จะทำให้ ตัวเหลืองได้ บางคนให้ เหตุผลว่า
เพราะในผง หรือก้อนกะหรี่ จะมีขมิ้น ที่เป็นส่วน ประกอบหลัก

เลยทำให้แกง เป็นสีเหลือง ความจริงใน เรื่องนี้ยัง ไม่มีงานวิจัย หรือหลักฐาน ทางวิทยาศาสตร์ มายืนยัน แต่อย่างใดค่ะ

ส่วนตัวคิดว่า ถ้าเรากิน ในปริมาณ ที่ปกติ ในแต่ละวัน ไม่มากเกินไป พอขมิ้นเข้า สู่ร่างกาย
มันก็จะ ถูกย่อยไป ระหว่างที่ มีการดูดซึม

จึงไม่น่าจะ ทำให้ผิว ของเราเหลืองได้ อย่างคนอินเดีย หรือคนญี่ปุ่น เค้ากินแทบ ทุกวันเลย ผิวพวกเขา ยังไม่เหลือง กันเลยเนอะ

เรียบเรียงโดย อลิส