อาหารแปลก ๆ จากทั่วมุมโลก ที่มีอยู่จริง ทานได้จริง มีเมนูไหนบ้าง ?

อาหารแปลก ๆ

อาหารแปลก ๆ จากทั่วโลก

อาหารแปลก ๆ จากทั่วโลก ที่ใครหลาย ๆ คน คิดว่าไม่มี แต่จริง ๆ แล้วมี อาหารแปลกๆน่ากิน น่าชิมลิ้มรส ในบทความนี้ เราจะบอกต่อ เมนูอาหาร ที่แปลกประหลาด ที่สุดในโลก

เมนูอาหาร แปลก ๆ ง่ายๆ ที่มีอยู่จริง !

Hormiga Culona : มดก้นอ้วนที่กินได้ ( โคลอมเบีย ) ♥ 

อาหารแปลก ๆ

เรียกได้ว่าเป็น เมนูอาหารของ ไอเดียอาหารแปลกๆ ที่มีอยู่จริงบนโลก เป็นอาหารอันโอชะ ยอดนิยมมาก ๆ ในโคลอมเบีย นำไปย่างไฟ หรือทอดเฉย ๆ จะให้อารมณ์ เหมือนกับกินถั่ว

ติด 1 ใน 10 อันดับ อาหาร แปลก ๆ ที่ทานได้ และมีประโยชน์ เป็นอย่างมาก ๆ ต้องบอกเลยว่า เป็นแหล่งอาหาร ที่มีโปรตีนชั้นดี รสชาติไม่แย่ คล้าย ๆ กับว่า เรากำลังทาน

แมลงทอดต่าง ๆ ที่อยู่ในไทย เป็นอีกเมนู ที่แปลก ๆ แต่ทานได้ หากมีโอกาส ต้องไปหาทาน แบบนี้บ้างแล้ว จะอร่อยแค่ไหน ต้องลองไปชิมนะ !!

ดอกไม้สีขาว   

วัฒนธรรมอาหารเกาหลี ที่บ่งบอกได้ว่า คนเกาหลีใช้ชีวิต เป็นแบบไหนกันนะ ?

วัฒนธรรมอาหารเกาหลี

วัฒนธรรมอาหารเกาหลี ทำไมคนถึงชอบทาน ?

วัฒนธรรมอาหารเกาหลี ที่ม่ได้บ่งบอก แค่เรื่องของอาหาร แต่ยังสามารถ สื่อถึงเรื่องวัฒนธรรม ของเกาหลีได้ด้วย ที่คนไทยชอบทาน ” อาหารเกาหลี ” ก็เป็นเพราะว่า

คนไทยชอบดู ซีรีส์ต่าง ๆ มากมาย ในซีรีส์เหล่านั้น ก็เปรียบเสมือน ชวนคนทั่วโลก ให้มาหลงใหล อาหารเกาหลี แต่ละ ภาค เป็นแบบทางอ้อม บอกได้เลยว่า ใคร ๆ ที่ได้เห็น

ก็ต้องหิวตาม เอกลักษณ์ ของอาหารเกาหลี มีไม่เหมือนใคร ในบทความนี้ เราก็จะมา แนะนำเกี่ยวกับ  ประเภทของอาหารเกาหลี ที่บ่งบอกถึง วัฒนธรรมเกาหลี ได้ด้วยเช่นกัน

กระแสอาหารเกาหลีในไทย ที่มาแรงสุด ๆ มีอะไรบ้าง ?

♥  จุค ( Juk ) : ข้าวต้ม

วัฒนธรรมอาหารเกาหลี

ข้าวต้ม หรือ จุค ( Juk ) เป็นอาหารหลัก ๆ ของ ครัวชาวเกาหลี ที่ส่วนมากนั้น จะทำมาจาก ข้าวเหนียวส่วนใหญ่ หรือในบางครั้ง จะไม่ใช้ข้าว แต่ใช้เป็นพวก ธัญพืชชนิดต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น ถั่ว / เกาลัด / ข้าวฟ่าง / ถั่วแดง และอื่น ๆ อีกมาก มีคุณประโยชน์ ที่มีมากมาย

หรือว่าจะเติม ส่วนผสมต่าง ๆ ลงไปได้เช่นกัน อาจจะเติมเป็น ผัก / เนื้อไก่ / เห็ด / หอยเป๋าฮื้อ เป็นอาหารของ ชาวเกาหลีที่ เน้นการบำรุง เป็นอาหารเบา ๆ หรือที่ไทยนั้น ก็เรียกว่าเป็น ข้าวต้มดี ๆ นี่เอง เราสามารถ นำมาปรับใช้ ทำเป็นเมนู อาหารเช้าได้ ต้องลองแล้วแหละ !!

ชอริม ( Jorim )

วัฒนธรรมอาหารเกาหลี

เนื้อหรือปลาตุ๋น ที่ทำมาจาก ผัก / ซุป / ซอสถั่วเหลือง / และนำมาต้ม ด้วยไฟอ่อน ๆ ซึ่งเป็นอาหาร วัฒนธรรมอาหารเกาหลี pdf หากใครอยากทำ ก็หาสูตรง่าย ๆ ทำตามได้

เมนูนี้อร่อยแน่นอน เป็นเมนูเกาหลี ที่เห็นบ่อย ๆ ตาม ร้านอาหารเกาหลี หรือว่าซีรีส์ ที่เราได้ดู ใครเป็นสายเกา ห้ามพลาดเด็ดขาด ต้องหาชิมเมนู ” ชอริม ” ให้ได้ ต้องไปลองแล้ว

เมนูอาหารเกาหลี ที่คุณห้ามพลาด ! 

มันดู ( Mandu )

วัฒนธรรมอาหารเกาหลี

เมนูยัดไส้ต่าง ๆ ด้วยการนำ แป้งที่เป็นแผ่น นำมายัดไส้ ด้วยผักและเนื้อ ไม่ว่าจะเป็น เนื้อ / เห็ด / แตงทอด / ถั่วงอก/ เนื้อหมู / เนื้อไก่ / ปลา / เนื้อ และอื่น ๆ อีกมากมาย

เมนูอาหารนี้ สามารถหาซื้อ ตามร้านอาหาร เมนูเกาหลี ได้ง่าย ๆ หรือว่าจะหาสูตร นำไปทำตาม ก็ได้เช่นกัน เป็นอีกหนึ่งใน เมนูอาหารเกาหลี ที่น่าทานมาก ๆ ต้องหาชิมนะ

จิเก ( Jjigae )

อาหารเกาหลี

จิเก ( Jjigae ) สตูว์ เป็นเมนูอาหาร ที่ยอดนิยม ของชาวเกาหลี มากที่สุดเลย มีรสชาติเผ็ดร้อน นิยมเสิร์ฟอาหาร ขณะที่อาหาร กำลังร้อนจัด ในชามหินร้อน เป็นเมนูอาหาร ที่ทำมาจากเต้าเจี้ยวนั่นเอง คล้าย ๆ กับเมนู ที่ชื่อว่ากุก แต่อาจจะข้นกว่า และแห้งกว่าด้วย

วัฒนธรรมอาหารเกาหลี มารยาท การกินอาหารเกาหลี

หากเราคลั่งไคล้ อยากไปเที่ยวที่ ประเทศเกาหลี จะต้องรู้เกี่ยวกับ วัฒนธรรมการกิน วัฒนธรรมเกาหลี ด้าน ความเชื่อ และเรื่องอื่น ๆ ที่เกี่ยวกับ ประเทศเกาหลี

เราจะมาบอกต่อ สิ่งที่ชาวเกาหลี มักจะชอบทำ ขณะที่กำลัง รับประทานอาหาร จะมีอะไรบ้าง เราคัดเน้น ๆ มาให้คุณ ได้ติดตามแล้ว ไปดูกันเลยค่ะ มีดังนี้…

» ใช้ตะเกียบโลหะ

คนเกาหลีนั้น มักจะใช้ตะเกียบ ที่เป็นโลหะ ( ชอซการัก ) คู่กับการใช้ ช้อนเป็นแบบยาว ใช้ช้อนทานข้าว ตะเกียบใช้คีบ อาหารแห้งต่าง ๆ หรือว่าเป็น ของดองที่เป็น เครื่องเคียงต่าง ๆ

» ทานอาหารเสียงดัง

การทานอาหาร แล้วมีเสียงดัง ถือว่าเป็นเรื่อง ที่ปกติอย่างมาก สำหรับคนเกาหลี ยิ่งทานเสียงดัง มากขนาดไหน ถือว่าเป็นเรื่อง การแสดงออก ให้เห็นได้ว่า อาหารที่ทานอยู่ อร่อยมาก ๆ

» การวางตะเกียบ

คนไทยส่วนใหญ่ มักจะคุ้นเคย หลังจากที่ได้ ทานอาหารเสร็จ ก็จะวางตะเกียบ หรือว่าช้อนนั้น ไว้บนชาม / จาน ที่ใส่อาหาร แต่ตรงข้ามกับ ชาวเกาหลีเลย เพราะคนเกาหลี เมื่อทานอาหาร เสร็จเรียบร้อยแล้ว จะนิยมวางไว้ บนโต๊ะอาหาร แสดงให้เห็น ว่าทานเสร็จแล้ว

» พ่อครัว / แม่ครัว เปิดใจรับฟัง

สำหรับคนที่เป็น พ่อครัว / แม่ครัว ชาวเกาหลีแล้ว มักจะยินดี เปิดใจรับฟัง เวลาคนที่มา ติชมรสชาติ ของเมนูอาหารต่าง ๆ อย่างเข้าใจ  และนำไปปรับปรุง แก้ไขให้ดีขึ้น

ดอกไม้สีขาว  

แสร้งว่า เครื่องจิ้มไทยโบราณ อร่อยจริงไม่(เส)แสร้ง

แสร้งว่า

แสร้งว่า เครื่องจิ้มไทยโบราณ อร่อยจริงไม่(เส)แสร้ง

แสร้งว่า เป็นอาหารไทยโบราณ ที่นอกจากแกง ที่โดดเด่นในสมัยก่อนแล้ว ก็ยังมีน้ำพริกต่าง ๆ รวมถึงเครื่องจิ้ม เพราะคนไทยสมัยก่อน มักเน้นกินอาหาร ที่หลากหลาย รสชาติจัดจ้าน มีประโยชน์ และสามารถหา ได้ง่ายตามธรรมชาติ

แสร้งว่าก็เป็นอีก 1 เมนูนั้น ตั้งแต่กรุงรัตนโกสินทร์ เลยนะคะ สำหรับคนยุคใหม่บางท่าน อาจจะไม่คุ้นเคย หรือไม่เคยได้ ลองชิมด้วยซ้ำไป ไปรู้จักกับเมนูนี้ ให้มากขึ้นกันดีกว่า จะได้รู้ว่ามีดียังไง

แสร้งว่า ประวัติ และที่มาของเมนูนี้

ที่มาของเมนู เกิดจากความเหมือนกัน กับยำไตปลา ของทางภาคใต้ มีลักษณะข้น และมีรสชาติที่จัดจ้าน แต่เป็นการกิน ของคนชาววัง

เพิ่มเติม : ยำไตปลา หรือแกงไตปลา ใช้ไส้ปลาทูเป็นหลัก นำมาผสมกับ พวกเครื่องสมุนไพร อย่างเช่น พริกกระเทียม หอมแดง ตะไคร้ ข่าขมิ้น เป็นต้น เติมน้ำเพียงเล็กน้อย ให้พอขลุกขลิก จิ้มกับพวกผักสดต่าง ๆ ที่แต่ละบ้านชอบกิน

แสร้งว่า ประวัติ

แสร้งว่ามีคาบเกี่ยว ที่คล้ายกับน้ำพริก แต่เปลี่ยนมาใช้เนื้อปลา ที่ชาววังคุ้นเคยกว่า เครื่องเยอะกว่า หรือการปรุงที่แตกต่าง กันไปบ้าง และกินกับผักสดเช่นกัน หรือราดข้าวสวยร้อน ๆ ก็อร่อยไม่แพ้กัน~

แสร้งว่า จึงมีความหมายว่า การทำเครื่องจิ้ม ที่พยายามทำให้เหมือน กับยำไตปลา แต่สุดท้ายก็แค่แสร้งทำ ไม่เหมือน 100%

แสร้งว่า มีกี่ประเภท ?

ส่วนมากมักจะใช้ ปลาและกุ้ง มี แสร้งว่าปลาหมึก หรือเนื้ออื่นบ้าง ปัจจุบันขึ้นอยู่กับ ร้านอาหารนั้น ๆ เลยค่ะ เรียกได้ว่าค่อนข้าง ฟรีสไตล์ทีเดียว

แสร้งว่า

ไปทำเมนู แสร้งว่ากุ้ง ยอดนิยมกัน!!

แสร้งว่ากุ้ง สูตรโบราณ มักทำจากกุ้งแม่น้ำจืด พร้อมใส่มันกุ้ง รู้หรือไม่ว่า เมนูนี้เป็น เมนูโปรดของ รัชกาลที่ 5 เลยค่ะ

วัตถุดิบที่ใช้ (สำหรับ 4 ท่าน)

กุ้งก้ามกราม 4 ตัว

ตะไคร้ซอย

หอมแดงซอย

พริกขี้หนูซอย

ขิงอ่อนซอย

ใบมะกรูดซอย

ผักชีไทยซอย

น้ำมะนาว

น้ำมะกรูด

น้ำมะขามเปียก (ความแตกต่างคือ ยำไตปลาจะไม่ใช้)

น้ำปลา

น้ำตาลมะพร้าว

และผักสดต่าง ๆ

แสร้งว่า

แสร้งว่ากุ้ง วิธีทํา

  • ส่วนของกุ้ง ให้นำไปล้าง ทำความสะอาด ไม่ให้มีกลิ่นคาว ใช้กรรไกรตัดหนวด ขากุ้ง และกรี (ส่วนหัวที่แข็ง ๆ) ผ่าดึงเส้นดำ ที่หลังกุ้งออก แต่ให้เหลือเปลือกไว้ เพราะต้องใช้วาง บนตะแกรงเพื่อ ย่างให้สุกก่อน สุกระดับหนึ่งพอ เพราะเรายังต้อง นำไปทำต่อ
  • หลังจากนั้นตักขึ้นมา พักไว้ให้หายร้อน แกะเนื้อกุ้งออก จะหั่นเป็นชิ้น หรือแบบไหนก็ตามใจชอบเลย และอย่าลืม! เก็บส่วนหัวมันกุ้งไว้ก่อน ถือว่าเป็นตัวอร่อยเลยค่ะ

ไปทำส่วนน้ำยำกัน ที่เราไม่ได้บอกส่วนผสมแน่นอน ก็เพราะว่าเมนูนี้ สามารถใส่ปริมาณ ได้ตามใจชอบเลย ใครชอบเปรี้ยว เค็ม เผ็ด รสไหนสามารถปรุงได้เลย

  • เริ่มจากใส่เครื่อง สมุนไพรต่าง ๆ อย่างตะไคร้ หอมแดง พริกขี้หนู ขิงอ่อน ผักชีลงไป
  • ตามด้วยเนื้อกุ้ง และมันกุ้งเยิ้ม ๆ
  • ปรุงรสด้วย น้ำมะนาว น้ำตาล น้ำปลา น้ำมะขามเปียก และน้ำมะกรูด คนให้ส่วนผสมเข้ากัน แนะนำให้ปรุงไป ชิมไปด้วยนะคะ ตามรสที่เราชอบเลย
  • หลังจากนั้น นำเครื่องปรุง เทผสมกับเนื้อกุ้ง เมื่อสักครู่นี้ คลุกให้เข้ากัน
  • ตักใส่ถ้วย พร้อมเสิร์ฟกับผักสด หรือข้าวสวยร้อน ๆ แสร้งว่ากุ้ง เชฟป้อม

ส่วนมากสูตรโบราณ คนมักนิยม กินกับมะเขือเปราะ มะเขือลูกเล็ก แตงกวา เป็นต้น เดี๋ยวนี้มีถั่วฝักยาว กะหล่ำปลี ผักกาดหอม กินกับปลาดุกฟูก็มี จะได้ความรู้สึก เดียวกับน้ำยำ หรือถ้าใครที่ อยากกินเนื้อกุ้ง แบบไม่ผสมลงไป ในแสร้งว่าก็ได้

เป็นยังไงบ้างคะ น่ากินไหมเอ่ย รู้ได้ถึงความฮิต ของสมัยก่อน ที่ถึงกับมี การแต่ง กลอน แสร้งว่า ขึ้นมาเฉพาะเลย มีชื่อเรียกว่า แสร้งว่า กาพย์เห่ชมเครื่องคาวหวาน

ไตปลาเสแสร้งว่า ดุจวาจากระบิดกระบวน

ใบโศกบอกโศกครวญ ให้พี่เศร้าเจ้าดวงใจ

แสร้งว่ากุ้ง สูตรโบราณ

นอกจากแสร้งว่า จะเป็นเมนูโปรดของรัชกาลที่ 5 แล้วก็ยังมีเมนูอื่น อีกอย่างปลาทูกะปิ ซึ่งมีลักษณะ เป็นเครื่องจิ้มเหมือนกัน โดยเฉพาะ’กะปิพล่า’ ถึงกับเคยเอ่ยปาก กับหม่อมเจ้าหญิง จงจิตรถนอม ดิศกุลเอาไว้ว่า ‘ข้าได้กินน้ำพริกของเจ้า ทำให้ข้ารอดตายไปได้’ ว่าแบบนั้นเลยทีเดียว

กะปิพล่าคืออะไร ? ชื่อไม่คุ้นเคยเลย

คล้ายกับน้ำพริก กะปิเลยค่ะ แต่จะต่างกันที่ เป็นน้ำมากกว่า ซึ่งจะมีกลิ่น และรสของผิว ส้มซ่าอีกด้วย ส่วนวิธีการอีกอย่าง กะปิพล่าไม่จำเป็น ต้องโขลกในครก เหมือนน้ำพริกกะปิ ส่วนผสมต่าง ๆ ที่ใช้ก็จะมี กะปิ น้ำมะนาว น้ำส้มซ่า เนื้อและผิวส้มซ่า น้ำปลา น้ำตาลมะพร้าว กระเทียมซอย หอมแดงซอย กุ้งแห้งป่น พริกขี้หนูสวน

ขั้นตอนการทำ

  • ห่อกะปิด้วยใบตอง หรือฟอยล์ห่ออาหาร นำไปปิ้งให้พอหอม
  • ต่อไปทำกะปิ โดยการผสมเครื่องปรุง น้ำส้มซ่า น้ำมะนาว น้ำตาลมะพร้าว และน้ำปลาเข้าด้วยกันในถ้วย
  • ต่อมาใส่กะปิ ที่ปิ้งไว้แล้ว ลงถ้วยใหม่ ค่อย ๆ ใส่น้ำเครื่องปรุง จากข้อที่แล้ว ใส่ทีละนิด ผสมให้เข้ากัน ใส่พวกวัตถุดิบที่เหลือ (ทำไปชิมไปตามเคย) ให้ได้รสที่ชื่นชอบ ใครชอบรสเผ็ด เปรี้ยว เค็ม ก็แล้วแต่เลยค่ะ
  • เรียบร้อยแล้ว พร้อมกินกับเครื่องเคียง อย่างปลาทู หมูหวาน พร้อมกับผักสด หรือผักต้ม ข้าวสวยสักถ้วย

เรียบเรียงโดย M.Varin