เมนูแปลกในจีน เมนูเปิบพิสดาร เมนูแปลก ๆ ในประเทศจีน ที่หลายคนร้อง .. !!

เมนูแปลกในจีน

เมนูแปลกในจีน เมนูเปิบพิสดาร ที่หลายคนร้อง .. !! จะลองชิมดูไหม ?

เมนูแปลกในจีน หลายคนรู้ว่า จีนชอบกินของแปลก แต่ก็ยังไม่รู้ว่า เมนูแปลกในจีน มีอะไรบ้าง ? เราจึงพามา รู้จักกับอาหารเหล่านี้ ..

1. องคชาตแกะ
ใช่คุณได้ยินถูกต้องแล้ว องคชาตแกะเสียบไม้ย่าง และเสิร์ฟร้อน ๆ

2. ลูกตาปลาทูน่า
รสชาติคล้ายปลาหมึก ไขมันปลา บริเวณลูกตา ลูกตาต้มปรุงรส และเสิร์ฟ

3. ซุปรังนก
อาหารจีนอันโอชะ ที่ทำโดยใช้ รังของนกนางแอ่น นกสร้างรังจากน้ำลายของตัวเองมัน ซึ่งจะแข็งตัว เมื่อสัมผัสกับอากาศ เมืองนี้ขึ้นชื่อในเรื่อง ประโยชน์ต่อสุขภาพ

4. ลูกอัณฑะไก่
ลูกอัณฑะไก่ ดูเหมือนจะปรากฏ ในหลาย ๆ เมนูของฮ่องกง ลูกอัณฑะ มีลักษณะ เหมือนถั่วขาวขนาดใหญ่ ที่ต้มหรือทอดทั้งลูก ด้วยเนื้อนุ่มใน เสิร์ฟในน้ำซุป พร้อมข้าวหรือบะหมี่ เป็นอาหารที่แปลกประหลาด ที่สุดในประเทศจีน และทั่วโลก

เมนูแปลกในจีน

5. บาลุต
balut คือตัวอ่อนเป็ด ที่กำลังพัฒนา ที่ต้มและกินในเปลือก ชาวบ้านชอบมาก ส่วนที่ดีที่สุด คือเมื่อคุณยกไข่ขึ้น และจิบของเหลวข้างใน Balut เป็นอาหารทั่วไป ในประเทศอื่น ๆ

เช่น ฟิลิปปินส์ ลาว กัมพูชา และเวียดนาม สำหรับชาวตะวันตกส่วนใหญ่ มันก็เป็นเพียง อาหารแปลกประหลาด อีกชนิดหนึ่งที่

6. แมงป่อง
ทอดเป็นแท่ง เลือกปรุงรสด้วยเกลือ เกลือพริก หรืออะไรก็ได้ ที่ผู้ขายเสนอ หากคุณหลับตา และลืมว่ากำลัง ทานอะไรอยู่ คุณอาจจะชอบได้

เมนูแปลกในจีน

7. ไข่พันปี
ไข่เป็ดเคลือบด้วยมะนาว ขี้เถ้า และโคลน แช่ในน้ำเกลื อเป็นเวลา 100 วัน จนไข่แดงเปลี่ยน เป็นไข่สีเขียว และไข่ขาวนั้น จะกลายเป็นเจลาติน และมีสีน้ำตาลเข้ม ไข่มีรสครีมชีส ที่มีกลิ่นแรง

8. ซุปงู
นิยมรับประทานกันมาก ที่ในฮ่องกง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในฤดูหนาว เพื่อให้ร่างกายอบอุ่น ซุปนี้ถือเป็น อาหารรสเลิศ ซุปเสิร์ฟพร้อมกับ งูฝอยด้านใน หลายคนบอกว่า รสชาติเหมือนไก่

9. เต้าหู้เหม็น
เป็นชื่อที่ทำให้ คนส่วนใหญ่ไม่ชอบ แม้กระทั่งก่อน ที่พวกเขาจะ สงสัยว่ารสชาติ จะเป็นอย่างไร เป็นเต้าหู้หมัก ที่มีกลิ่นแรงมาก คุณจะได้กลิ่นมัน ถึงครึ่งช่วงตึก ก่อนที่คุณจะเห็นมัน

เป็นบลูชีสของเต้าหู้ เสิร์ฟคู่กับกะหล่ำปลีดอง เป็นหนึ่งในอาหาร ที่แปลกประหลาด ในประเทศจีน

ยังมีเมนูแปลก ๆ อีกเพียบทั่วทั้งโลก ที่คุณยังไม่รู้ อย่าลืมติดตามเรา ถ้าไม่อยากพลาด ข้อมูลข่าวสารต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับอาหารทั่วโลก

อาหารต่างชาติ ที่ไม่ใช่เพียงอาหาร แต่ยังสามารถสื่อสาร เป็นวัฒนธรรมได้อีกด้วย !

อาหารต่างชาติ

อาหารต่างชาติ สามารถสื่อสารวัฒนธรรม ของแต่ละประเทศได้  !

อาหารต่างชาติ ของแต่ละประเทศนั้น สามารถสื่อสารเป็น วัฒนธรรมผ่านทาง เมนูอาหารต่าง ๆ ได้ด้วย เพราะด้วยความที่ว่า ในแต่ละพื้นที่ก็จะมี วิถีการใช้ชีวิต อาหารการกิน วัตถุดิบที่ทำอาหาร ที่ต่างกันออกไป จึงกลายมาเป็น วัฒนธรรมแต่ละท้องถิ่น ที่ไม่เหมือนกันนั่นเอง โดยวัฒนธรรมสามารถ สื่อสารออกมา ได้หลายช่องทาง

ซึ่งหนึ่งในนั้นก็เป็นอาหาร ที่สามารถบ่งบอก วัฒนธรรมของแต่ละประเทศ เพราะอาหารบางอย่าง ก็หาทานได้แค่ ในพื้นที่นั้น ๆ ที่ไม่สามารถ หาทานได้โดยทั่วไป จึงบ่งบอกความเป็น เอกลักษณ์ของแต่ละประเทศ ได้เป็นอย่างดี แอดมินจะพาไป ทำความรู้จักกับ เมนูอาหารต่างชาติ ที่เป็นอาหารวัฒนธรรม ของประเทศนั้น ๆ กันค่ะ

ถ้าหากเรามีโอกาส ได้เดินทางไปต่างประเทศ จะได้ไม่พลาดกับ เมนูอาหารเหล่านี้ ซึ่งแต่ละประเทศ จะมีเมนูไหนบ้าง ที่มีความน่าสนใจ และจะเด็ดนาดไหน เราได้รวบรวมมาไว้ ให้คุณได้ติดตามที่นี่ ถ้าไม่อยากพลาด ไปดูพร้อม ๆ กันเลยค่ะ ซึ่งแต่ละเมนู มีแต่ทีเด็ดทั้งนั้นเลย แอดมินรับประกันจ้า ไปดูกัน….

วัฒนธรรมต่างชาติ ที่สื่อสารผ่านเมนูอาหาร

อาหารต่างชาติ

» หมูรมควันกับมันฝรั่งทอด ประเทศลักเซมเบิร์ก «

ประเทศลักเซมเบิร์ก มักจะนิยมทาน หมู่รมควันกับมันฝรั่งทอดเบคอน เสิร์ฟคู่กับเบียร์ที่ เป็นของท้องถิ่นหรือเสิร์ฟคู่กับไวน์ขาว เมนูอารหารต่างชาตินี้ คนท้องถิ่นมักชอบทาน เป็นคู่กันแบบนี้ หากใครที่มีโอกาส ได้เดินทางไปประเทศแห่งนี้ ก็อย่าลืมสั่งเมนู ที่ชาวท้องถิ่น นิยมทานกันนะคะ รับรองว่าจะได้สัมผัสถึง วัฒนธรรมของประเทศนี้

» ชีสฮาลูมี ประเทศไซปรัส «

ชีสฮาลูมีเป็นวัตถุดิบ ที่มีต้นกำเนิดมาจาก ประเทศไซปรัส โดยมีมาตั้งนานแล้ว ซึ่งส่วนผสมหลัก ๆ ของชีสฮาลูมี ก็จะทำมาจาก นมแกะและนมแพะ จึงทำให้ชีสนี้มีรสชาติ ที่เป็นเอกลักษณ์โดยเฉพาะ จึงทำให้คนนิยม นำไปย่างมาเป็น เครื่องเคียง คู่กับอาหารต่าง ๆ ในฤดูร้อน ซึ่งชาวไซปรัสมักจะ ทานชีสคู่กับแตงโม เพื่อดับร้อนเป็นส่วนใหญ่

» ไจรอส ประเทศกรีซ «

อาหารประจำชาติ ของประเทศกรีซ ที่มีชื่อเสียงที่ มีมายาวนานก็คือ ไจรอส  ซึ่งเมนูอาหารนี้ ก็จะมีขายได้ทั่วไป ตามร้านอาหาร ในประเทศกรีซ ที่ทำด้วยการนำ ขนมปังแบบเรียบ และมีไส้ข้างใน ที่ประกอบไปด้วย เนื้อหมู เนื้อไก่ เนื้อวัว และเนื้อแพะ พร้อมใส่เครื่องเคียงต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น มะเขือ หัวหอม และอื่น ๆ อีกมาก

แต่ที่ขาดไม่ได้เลย ก็คือซอสซัสซีจี ที่มีส่วนผสมทำมาจาก โยเกิร์ตและผักหลายชนิด อาหารประเภทนี้ ก็จะคล้าย ๆ กับเคบับ ที่เราคุ้นเคยนั่นเองค่ะ ถ้าได้ไปประเทศกรีซ ก็อย่าลืมที่จะหา เมนูนี้ทานกันน๊า เป็นเมนูอาหาร สตรีทฟู้ดแบบยุโรป ที่นานทานมาก ถ้ามีโอกาสได้ไป ก็ไม่ควรพลาดเลย รับรองว่าอร่อยติดใจ

อาหารต่างชาติ มีเมนูไหนบ้าง ที่น่าไปลองสักครั้ง !

อาหารต่างชาติ

» กูลาช ประเทศฮังการี «

กูลาชซุปสไตล์โฮมเมด โดยในอดีตกาลนั้น คนประเทศนี้มักจะ ทำอาหารเอาไว้เพื่อ รับประทานได้หลายวัน จะใช้เนื้อหมู เนื้อวัว เนื้อแกะ ซึ่งจะนำเนื้อเหล่านี้ มาหั่นเป็นลูกเต๋า นำไปคลุกกับเกลือ และนำไปเคี่ยว กับไฟที่อ่อน ๆ และเติมน้ำซุปลงไป ปรุงรสชาติด้วยปาปริก้า ที่มีทั้งแบบสดและ แบบผงด้วยค่ะ จะเติมความมัน ให้กับน้ำซุปด้วยครีม

เมนูกูลาชนี้คนมักจะนิยม รับประทานคู่กับพาสต้า เมื่อไปถึงประเทศฮังการี ก็อย่าลืมสั่งเมนูนี้ มาลองทานกันนะคะ ได้ไปทั้งทีจะพลาด เมนูเด็ด ได้ยังไงจริงไหมคะ เอาเป็นว่าถ้าได้ไป ต้องหาทานให้ได้ อย่าพลาดเชียวน๊า

» ไอริชสตูว์ ประเทศไอร์แลนด์ «

อาหารที่ขึ้นชื่อของ ประเทศไอร์แลนด์ ก็คือสตูว์ที่เป็น อาหารของชาวไอริช ซึ่งเป็นซุปที่ ทำมาจากเนื้อแกะ และใส่มันฝรั่งหัวหอม และผักชีฝรั่ง ซึ่งเป็นเมนูที่มีมา ตั้งแต่นานแล้ว หรือเป็นเมนูดั้งเดิม แต่ต่อมาในศตวรรษที่ 19 เกิดการอพยพ ของชาวไอริช ไปประเทศสหรัฐ จึงทำให้หา วัตุดิบได้ยาก ก็คือเนื้อแกะนั่นเอง

ทำให้ต้องมีการ ปรับสูตรของเมนูนี้ โดยไปใช้เนื้อวัวแทน หากอยากทานเมนู ที่เป็นเมนูดั้งเดิม ของชาวไอริช ก็ลืมดูส่วนผสมต่าง ๆ ว่าเป็นดั้งเดิมหรือไม่ เป็นอีกหนึ่งเมนู ที่น่าไปลองทาน ให้ได้สักครั้งหนึ่ง ถ้าได้ทานจะติดใจ !

ทีเด็ดอาหารต่างชาติ ที่อร่อยจนต้องยกนิ้วให้ ( นิ้วโป้งน๊าาา )

อาหารต่างชาติ

» กะหล่ำปีห่อ ประเทศโรมาเนีย «

อาหารท้องถิ่น ประจำประเทศโรมาเนีย ที่หาทานได้ตาม ภัตตาคารและ ร้านอาหารทั่วไป โดยจะมีไส้ข้างใน ที่เต็มไปด้วยเนื้อ ข้าว เครื่องเทศมากมาย และท้ายสุดนำ ใบกะหล่ำปีมาห่อ แต่พิเศษกว่านั้นก็คือ นำไปต้มในน้ำซอส ซึ่งใช้เวลาเป็นหลายชั่วโมง จึงทำให้กะหล่ำปีนุ่ม และน่าทานมาก จนต้องยกนิ้วให้ รับรองว่าเด็ดแน่นอน

» ปาเอญ่า ประเทศสเปน «

อาหารประจำชาติสเปน ก็คือเมนูปาเอญ่า ที่นำข้าวมาผัด หรือนำข้าวมาอบ โดยนำข้าวสาร ที่ยังดิบ ๆ อยู่มาใช้ ในการประกอบอาหาร ข้าวมีลักษณะคล้ายกับ ข้าวญี่ปุ่นซึ่งนิยม มาผัดกับเนื้อไก่ หรือจะเป็นซีฟู้ด ก็อร่อยเช่นกันค่ะ ข้าวผัดสเปน เวลาทานข้าวเข้าไป ก็ได้อารมณ์แบบกรุบ ๆ แต่รสชาติอร่อย ยกให้เป็นทีเด็ดเลย !

ขนมหวานประจำชาติ ก็น่าทาทาน ไม่แพ้อาหารเลย…

ขนมหวานประจำชาติ

» สเกียร์ ประเทศไอร์แลนด์ « 

ขนมหวานที่ยอดฮิต ของชาวไอร์แลนด์ ที่นิยมเป็นอย่างมาก ทำมาจากชีส ซึ่งหลาย ๆ คนที่มักจะ เข้าใจผิดเกี่ยวกับ สเกียร์ขนมหวาน ว่าเป็นโยเกิร์ต แต่จริง ๆ แล้วไม่ใช่ค่ะ ขนมหวานนี้จะเสริฟ์ พร้อมกับนมและ มีท็อปปิ้งให้เลือกอย่างมากมายเลยทีเดียว ไม่ว่าจะเป็นขนม และผลไม้ต่าง ๆ ที่สามารถเลือกได้ ใครชอบของหวาน อย่าพลาดเลยน๊า

» สโตรปวาฟเฟิล ประเทศเนเธอร์แลนด์ «

วาฟเฟิลที่เป็น เหมือนกับแซนวิช ซึ่งจะนิยมทาน ก่อนมื้ออาหารเช้า โดยมักจะทาน พร้อมกับชาที่ร้อน ๆ ขนมวาฟเฟิล มีไส้ตรงกลางเป็น น้ำเชื่อมคาราเมล ซึ่งมี 2 ชิ้นประกบกัน และเพิ่มความอร่อย ด้วยการใส่ท็อปปิ้ง ไม่ว่าจะเป็นน้ำผึ้ง ช็อกโกแลต ก็อร่อยเหมือนกันค่ะ สามารถเรียกได้ อีกชื่อหนึ่งว่า ขนมรังผึ้ง เป็นขนมหวาน ที่น่าลองมาก

เป็นยังไงกันบ้างกับ เมนูอาหารต่างชาติ แต่ละเมนูยั่วมากเลย ใช่ไหมล่ะคะ หากมีโอกาสได้ไป ประเทศต่าง ๆ เหล่านี้ ก็อย่าลืมไปเรียนรู้ วัฒนธรรมผ่านอาหารนะคะ ได้ทั้งอร่อย ได้ทั้งความรู้ ถือว่าคุ้มเป็นที่สุด !

อาหารขยะมีอะไรบ้าง มันคืออะไร ทำไมถึงต้องเรียกว่าอาหารขยะ

อาหารขยะมีอะไรบ้าง

อาหารขยะมีอะไรบ้าง ถ้าพูดถึงอาหารขยะ หลายคนก็ต้องมีความสงสัย กันบ้างไม่มากก็น้อย

อาหารขยะมีอะไรบ้าง หรือที่เรียกกันว่า อาหารขยะ ภาษาอังกฤษ Junk Food ว่าที่แท้จริงแล้วมัน คืออะไร ทำมาจากขยะหรือยังไง ? ? ทำไมถึงได้เรียกว่า อาหารขยะ วันนี้มีคำตอบให้กับผู้ที่ สงสัยได้ทราบกัน” อาหารขยะ ” เป็นภาษาที่ใช้เรียก กลุ่มอาหาร ทั้งคาว ทั้งหวาน หรือแม้แต่เครื่องดื่ม

ที่ประกอบไปด้วย แป้ง ไขมัน เกลือและน้ำตาล ในปริมานที่สูง ซึ่งเป็นภัยต่อร่างกาย เมื่อเราได้รับประทาน ในปริมานมาก ๆ อาหารขยะ ไม่ใช่แค่เมนูจำพวก พิซซ่า แฮมเบอเกอร์ พาสต้า เป็นต้น แต่มันคืออาหารที่ เรียกว่าไร้ประโยชน์ มากกว่ามีคุณประโยนช์ นั่นเอง

อาหารขยะมีอะไรบ้าง หากเราได้รับประทาน หรือรับเข้าสู่ร่างกาย ในจำนวนที่มาก จะมีผลอย่างไร ?

เป็นคำถาม ที่น่าสนใจมากทีเดียว ที่หลาย ๆ คน ในยุคสมัยนี้เริ่มมีการ ค้นหาข้อมูลเรื่อง เกี่ยวกับ อาหารขยะ Junk food มากขึ้นในปัจจุบัน เพราะอาจจะด้วย มีสื่อต่าง ๆ ในช่องทาง โซเชี่ยลมีเดีย

ได้ให้ความรู้ ความเข้าใจ ในการดูแล รักษาสุขภาพ ร่างกาย จิตใจมากขึ้นกว่า แต่ก่อน ซึ่งเป็นสิ่งที่ถูกต้อง เราควรใส่ใจ ในเรื่องของ สุขภาพ

Junk food

หากเราได้ รับประทาน อาหารจำพวกนี้ ในปริมาณที่ นานสะสม และได้รับในปริมานที่มาก เกินความจำเป็น จะทำให้ร่างกาย รวมถึงสมอง อาจจะเกิดภาวะที่เสี่ยง ต่อโรคภัยได้

เช่น โรคอ้วน ไขมันอุดตันในเส้นเลือด สมองฝ่อ ป่วยเรื้อรัง มะเร็งต่าง ๆ เป็นต้น

อย่ามองเป็นเรื่องตลก หรือไกลตัวเด็ดขาด หากสิ่งเหล่านี้ได้เกิด ขึ้นกับร่างกายคุณแล้ว ร้องไห้ไม่ออกแน่ ๆ เพราะว่าถึงคุณจะได้ รักษาจนหายดี หรือดีขึ้น ช่วงเวลาในการที่คุณป่วย คุณคงคิดว่าไม่น่าละเลย เรื่องสุขภาพร่างกายแน่ ๆ

อาหารจานด่วน หรือฟาสฟู้ด ก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัย ที่สามารถทำให้เกิดปัญหา ด้านสุขภาพได้เช่นกัน

ชื่อก็บอกอยู่แล้วว่าเป็น ” อาหารจานด่วน ” ซึ่งไม่ใช่ว่า ขึ้นทางด่วนไปเสิร์ฟ แต่มันหมายถึงอาหารที่ พร้อมรับประทาน โดยไม่ต้องมีการรอ หรือปรุงแต่งอะไร มากนัก พร้อมรับประมานได้ โดยใช้เวลาไม่นาน และรสชาติพื้นฐาน รับประทานง่าย ในเวลาที่เร่งรีบ หรือคิดไม่ออก ว่าจะรับประทานอะไร

ซึ่งอาหาร จำพวกเหล่านี้ ก็จัดเป็นอีกหนึ่ง ประเภทของ อาหารขยะ เพราะโดยส่วนมาก จะเป็นเมนูที่ไขมันสูง หรือแป้งสูงมากกว่า สารอาหารที่ควรจะ ได้รับในแต่ละมื้อ เสี่ยงทำให้เกิดภาวะ ความดันโลหิตสูง

หรือแม้แต่ โรคมะเร็งลำไส้เล็ก ได้ง่าย เพราะไม่มีสารอาหาร จากไฟเบอร์เพื่อกรองของเสีย ในร่างกายอยู่เลย ส่งผลให้มีของเสียตกค้าง หมักหมมในร่างกาย ส่งผลให้ก่อเกิด มะเร็งในลำไส้ได้

อาหารขยะ Junk food จานด่วน แบ่งออกง่าย ๆ เป็นกี่ประเภท มาดูกัน

  1. อาหารประเภทแป้ง เช่น พิซซ่า คาบับ เบอร์เกอร์ พิซซ่า อาหารขยะ อาหารจำพวกนี้ จะเป็นแป้งเป็นส่วน ประกอบหลัก ทำให้อาจได้รับสารอาหาร ไม่เพียงพอต่อร่างกาย เมื่อได้ทานเป็นประจำ หรือในปริมานมาก เกินความจำเป็น อาจทำให้ร่างกาย อ่อนแรง และอ่อนเพลีย ได้ในที่สุด
  2. อาหารประเภททอด เช่น ไก่ทอด หมูทอด เนื้อทอด ไส้กรอก ลูกชิ้นทอด ซึ่งโดยส่วนมาก อาหารที่ใช้กระบวนการ ทอด มักจะเน้นใช้น้ำมัน ที่มีความอิ่มตัวสูง สามารถทำให้ ระคายเคือง กระเพาะอาหาร ก่อให้เกิดอาการ กรดไหลย้อนได้ เป็นต้นอาหารขยะมีอะไรบ้าง
  3. ของว่างประเภทขบเคี้ยว ขนมประเภทนี้ จะจำกัดอยู่ในพวก ขนมถุงก๊อบแก๊บต่าง ๆ หลากหลาย กันออกไป ซึ่งนอกจากจะ ไม่ได้สารอาหาร หรือแทบจะ ไม่มีสารอาหารใด ๆ อยู่เลย ยังมีปริมาน โซเดี่ยมที่มาก อาหารที่มี ผงชูรส ก็สามารถเสี่ยงให้เป็นโรคอ้วน หรือโรคไต ได้เช่นกัน
  4. น้ำดื่มประเภทอัดลม น้ำดื่ม ประเภทอัดลม ได้รับความนิยม อย่างมาก ในทุกวัย เพราะด้วยรสชาติที่ดื่ม แล้วชื่นใจ มันแฝงไปด้วย ปริมานน้ำตาล และแก๊สจำนวนมาก จึงส่งผลให้เสี่ยงฟันพุ และระคายเคือง กระเพาะอาหารได้ เช่นกันอาหารขยะมีอะไรบ้าง

สุขภาพที่ดี เริ่มต้นได้ง่าย ๆ จากอาหาร และการเลือกรับประทาน

หากที่กล่าวมาทั้งหมด พอที่จะมีประโยชน์บ้าง พอที่จะสามารถเรียนรู้ และเข้าใจส่วนที่จำเป็น จะต้องเริ่มต้นเลือกรับประทานอาหารแล้วล่ะก็ แสดงว่าคุณเริ่มรู้สึกกังวลบ้างแล้วล่ะ !!

เริ่มต้นด้วยการ ดื่มน้ำเปล่ามาก ๆ เพราะร่างกายเรา ประกอบด้วยน้ำ มากกว่า 90% ดังนั้น การที่เราดื่มน้ำเปล่า ในปริมานที่มากพอ จะส่งเสริม ในเรื่องระบบขับถ่าย และผิวพรรณ ไม่แห้งตึงได้ด้วย

อาหารสุขภาพ มีอะไรบ้าง ในเรื่องอาหารหลีกเลี่ยงอาหารที่มีไขมันสูง เช่นพวก ของทอดโดยใช้มันน้ำอิ่มตัวสูง ก็จะพอช่วยได้ระดับนึง เน้นอาหารที่ไม่หนักเกินไป อย่างเช่น ปลานึ่ง ไข่ต้ม  อกไก่นึ่ง เป็นส่วนประกอบเป็นต้น ทานอาหารให้ครบ5หมู่

อาหารสุขภาพ

เท่าที่เห็นคนรักสุขภาพ ส่วนมากจะนิยมอาหาร จำพวกนี้เพราะย่อยง่าย ไม่ระคายเคือง กระเพาะอาหาร และพลังงานสูงเพียงพอต่อร่างกายในแต่ละวัน ที่สำคัญมีไขมันดี เป็นส่วนประกอบอีกด้วย

สำหรับผัก ผลไม้ ก็มีส่วนจำเป็น ช่วยให้ร่างกาย มีวิตามินเพื่อ ซ่อมแซมส่วนต่าง ๆ ช่วยดูดซึม สารอาหาร ได้มากขึ้น รวมถึงยังช่วยให้ ร่างกายสดชื่น ไม่เหนื่อยล้าง่าย ซึ่งผัก และผลสามารถหาซื้อ ได้ทุกฤดูกาล เลยทีเดียว แต่ก็ต้องดูอีกว่า เป็นผลไม้ ที่มีรสชาติหวานไป หรือไม่ เพราะหากหวานไป ก็มีผลที่ไม่ดีมากว่าดี เสียอีก

ดังนั้น สรุปง่าย ๆ คือ การเลือก รับประทานอาหาร นั้นสำคัญ และมีผลต่อร่างกาย สุขภาพของคุณ มากทีเดียว หากหลีกเลี่ยงอาหารจำพวก จานด่วน Junk food ไม่ได้จริงๆ ก็เลือกรับประทาน ในปริมานที่น้อยลง และเริ่มออกกำลังกาย ควบคู่กันไป เพื่อระบบเผาผลาญ ที่ดีไกลจากโรคต่าง ๆ อีกด้วย

อาหารมังสวิรัติ รับประทานมังสวิรัติ จะมีความเสี่ยงที่จะขาดสารอาหาร จริงหรือไม่?

อาหารมังสวิรัติ

อาหารมังสวิรัติ คนที่ไม่รับประทานเนื้อสัตว์ หรือหันมาทานมังสวิรัติ จะทดแทนการขาดวิตตามินได้อย่างไร?

อาหารมังสวิรัติ ปัจจุบันการรับประทาน อาหารแบบมังสวิรัติ ก็กำลังเป็นเทรน การรับประทานอาหารเพื่อสุขภาพ ที่กำลังเป็นที่นิยม แต่ว่าการจะทานมังสวิรัติ เพื่อให้ได้ประโยชน์สูงสุดนั้น

ก็ควรที่จะต้องทำความเข้าใจ กับข้อดีและข้อเสีย หรือว่าข้อควรระวัง อย่างเช่นคนที่รับประทานมังสวิรัติ ก็จะมีความเสี่ยง ในการที่จะขาดสารอาหารสำคัญ ๆ บางตัว ที่พบมากในเนื้อสัตว์

สารอาหารนั้นคือ วิตามินค่ะ โดยปกติวิตามิน ในร่างกายของเรา จะได้รับมาจาก 2 แหล่งหลัก ๆ นะคะ อย่างแรกก็คือ จากการที่ร่างกายได้รับแสงแดดอ่อน ๆ และกระตุ้น ให้เกิดการสังเคราะห์วิตามินขึ้น จากผิวหนังของเรา

และแหล่งที่สองก็คือ มากับอาหารโดยตรง โดยเฉพาะในอาหาร ที่กลุ่มที่เป็นเนื้อสัตว์ และไข่ ซึ่งจากการศึกษาพบว่า วิตามินบี 12 ปกติแล้ว

จะไม่มีวิตามินบี 12 ในพืชหรือถ้ามีก็น้อยมาก แต่สำหรับ คนที่ไม่รับประทานเนื้อสัตว์ หรือหันมาทานมังสวิรัติ ก็อาจจะทดแทนการขาดวิตตามินเหล่านี้ได้ จากการรับประทานพวกไข่แล้วก็นม แทนค่ะ เมื่อเรารับรู้ ถึงต้นสายปลายเหตุ และรู้ถึงวิธีรับมือ กับการกินมังสวิรัติ เพื่อให้ได้ประโยชน์สูงสุด กันไปแล้ว ต่อไปเราไปดู เมนูเด็ดแบบมังสวิรัติ กันค่ะ

1.อาหารมังสวิรัติที่มีโปรตีนสูง
เต้าหู้ผักกาดห่อซอสถั่วเหลือง กับน้ำมะนาวและน้ำพริกเล็กน้อย เป็นซอสที่เรียบง่าย และน่ารับประทาน สำหรับห่อผักกาดหอมมังสวิรัติ แบบคาร์โบไฮเดรตต่ำ

อาหารแบบมังสวิรัติ
ตุ๋น Chickpeas กับชาร์ท ปาปริก้ารมควัน และซอสมารินารา ที่หมักเป็นอาหารมังสวิรัติง่าย ๆ กับถั่วชิกพีตุ๋นมะเขือเทศ กับชาร์ด เพื่อสุขภาพดีในการกิน และเห็นผลรวดเร็ว และได้โปรตีนสูง เลือกเมนูที่เราแนะนำได้นะคะ

วัฒนธรรมการกิน ที่ต้องบอกเลยว่า แต่ละที่น่าชวนกินมาก

วัฒนธรรมการกิน

วัฒนธรรมการกิน ความแตกต่างของวัฒนธรรมการกินระหว่าง ไทย จีน และฝรั่ง ?

วัฒนธรรมการกิน ถ้าพูดถึง วัฒนธรรม การกินอาหาร แล้วหลาย ๆ คน คงต้องนึกถึง รูปแบบของการ กินอาหาร อุปกรณ์ที่ใช้ กินอาหาร หรือส่วนประกอบ ของอาหาร ที่มีการใช้

แล้วค่อย ๆ พัฒนาปรับเปลี่ยน ไปตามยุคสมัย จนเกิดเป็น วัฒนธรรมการกิน ของแต่ละพื้นที่ ที่สอดคล้องกับ สภาพภูมิอากาศ  ภูมิประเทศ การดำรงชีวิต ขนบธรรมเนียมประเพณี และวัฒนธรรม

วัฒนธรรมการกินอาหารไทย

วัฒนธรรมการกินอาหารไทย

อาหารไทย ในสมัยก่อนนั้น เมื่อมีการ รับประทานอาหาร จะใช้ผ้าสะอาดปู เพื่อนั่งรับประทานอาหาร และอาจจะ รับประทานอาหารด้วยมือ แต่หลังจากนั้น ได้มีการเปลี่ยนแปลง เนื่องจากมีการ รับวัฒนธรรม กับชาวตะวันตกเข้ามา

มีการใช้ช้อน ซ้อม ในการรับประทานอาหาร กันมากขึ้น จนถึงปัจจุบัน เช่น เมื่อทานข้าวเหนียว จะใช้มือ แต่เมื่อทานข้าวสวย จะใช้ช้อน ซ้อม เป็นหลัก แต่ในปัจจุบันนั้น การรับประทานอาหารนั้น ก็ได้มี ความแตกต่างบ้าง โดยขึ้นอยู่กับ ภูมิภาค วิถีการดำรงชีวิต และวัฒนธรรม

ไทยเราก็มีวัฒนธรรมการกิน ที่ไม่เหมือนใคร ทั้งรสที่จัดกว่าชาติอื่น และความเข้มข้น

วัฒนธรรมการกินภาคกลาง

ภาคเหนือ : อาหารของภาคเหนือ ประกอบด้วย ข้าวเหนียว เป็นอาหารหลัก มีน้ำพริกชนิดต่าง ๆ เช่น น้ำพริกอ่อง เป็นต้น และจุดเด่น ของอาหารภาคเหนือ คือ จะไม่นิยม ใส่น้ำตาล โดยจะได้ความหวาน จากวัตถุดิบชนิดอื่น ตัวอย่างอาหารภาคเหนือ เช่น ไส้อั่ว น้ำพริกหนุ่ม ขนมจีนน้ำเงี้ยว

วัฒนธรรมการกินภาคกลาง

ภาคกลาง : คนภาคกลาง รับประทานอาหาร ที่มีรสกลมกล่อม มีรสหวานนำเล็กน้อย อาหารภาคกลาง จึงเป็นอาหาร ที่มีความหลากหลาย ทั้งในด้านการปรุง รสชาติ และการตกแต่ง ที่แปลกตา น่ารับประทาน มีความวิจิตรบรรจง ประณีต ที่ได้มาการถ่ายทอด วัฒนธรรมอาหาร จากภายในวัง คนไทยภาคกลาง กินข้าวเจ้าเป็นหลัก ตัวอย่างอาหารภาคกลาง เช่น ต้มข่าไก่ต้มยำกุ้ง แกงเขียวหวาน

ภาคอีสาน : คนภาคอีสาน มีความนิยม รับประทานอาหาร ที่มีรสทางเผ็ด  เค็ม  และเปรี้ยว เครื่องปรุงอาหาร ภาคอีสาน ที่สำคัญ และแทบขาดไม่ได้เลย  คือ  ปลาร้า และข้าวเบือ หรือข้าวคั่ว ที่สำคัญไม่แพ้กัน ตัวอย่างอาหารภาคอีสาน เช่น ส้มตำ ลาบ ก้อย

วัฒนธรรมการกินภาคใต้

ภาคใต้ : อาหารของภาคใต้ จะมีรสเผ็ด มากกว่าภาคอื่น ๆ ภาคใต้นิยม อาหารรสเผ็ด เค็ม เปรี้ยว แต่ไม่นิยมรสหวาน และที่ขาดไม่ได้ คือ การใช้เครื่องเทศ ปรุงอาหาร ลักษณะเด่น ของการรับประทานอาหาร ของชาวภาคใต้ คือ มีผักสารพัดชนิด เป็นผักจิ้ม หรือผักแกล้ม ในการรับประทาน อาหารทุกมื้อ ตัวอย่างอาหารภาคใต้ เช่น สะตอผัดกะปิกุ้งสด แกงไตปลา แกงเหลือ

เพื่อน ๆ ชอบรับประทานอาหารจีนกันบ้างไหมครับ ?

วัฒนธรรมการกินจีน

วัฒนธรรมการกินจีน

อาหารจีน เป็นอาหาร ที่ทำตาม ขนบธรรมเนียม วัฒนธรรม และมีความหลากหลาย ของอาหาร แตกต่างกัน ตามแต่ละท้องที่ ไม่ต่างจากไปไทย เมื่อพูดถึง อาหารจีน หลาย ๆ คนคงนึกถึง ติ่มซำ อย่างแน่นอน ซึ่งถือว่า เป็นอาหาร ขึ้นชื่อของจีน เป็นอย่างมาก โดยอาหาร แต่ละภาคของจีน แตกต่างกัน ดังนี้

  • ภาคเหนือ :  มีรสชาติ อ่อนละมุน ความสด และ ความนุ่ม
  • ภาคใต้ : มีรสชาติกลมกล่อม เน้นรสชาติแท้ ๆ ของส่วนผสม ความกรอบ ความสด
  • ภาคตะวันออก : มีรสชาติ กำลังดี หวาน เค็ม กลมกล่อม
  • ภาคตะวันตก : มีรสชาติ รสจัด เผ็ดร้อน เผ็ดชาพริกไทย

โดยวัฒนธรรม การกินอาหารของจีน จะใช้ตะเกียบเป็นหลัก ตะเกียบ นับเป็นมรดก ทางวัฒนธรรม อันล้ำค่า อย่างหนึ่งของจีน ทั้งยังเป็น อุปกรณ์ ในการรับประทานอาหาร ที่มีเอกลักษณ์โดดเด่น ในระดับโลก ตะเกียบได้รับ การขนานนาม จากชาวตะวันตก ว่าเป็น “ อารยธรรมของโลกตะวันออก ”

เสน่ห์ของอาหารจีน ไม่เพียงแค่เน้น ความสดใหม่ และดีต่อสุขภาพเท่านั้น แต่หลายเมนู ที่แฝงไปด้วย ความเชื่อศาสนา และวัฒนธรรม ยกตัวอย่าง เช่น การจัดอาหารด้วยเลขมงคล หรือ อาหารประเภทเส้นจะไม่นิยมตัด เป็นต้น

วัฒนธรรมการกิน

วัฒนธรรมการกินอาหารฝรั่ง

อาหารฝรั่ง หรือ อาหารทางตะวันตก ที่เรานำมาเสนอนั้น ได้วิวัฒนาการ มาจากอาหารฝรั่งเศส  ซึ่งในทุกวันนี้ ก็ไม่ได้แตกต่าง จากแต่ก่อน สักเท่าไร โดยการกินอาหาร ของทางตะวันตก จะมีการใช้มีด เข้ามาร่วมด้วย ซึ่งเป็นจุดเด่น ของการรับประทานอาหาร ของฝั่งตะวันตกได้เลย ซึ่งต่างจากไทย ที่จะใช้ ช้อน ซ้อม เท่านั้น มีใช้มีด เป็นส่วนน้อยมาก ๆ  

โดยทางตะวันตก จะมีรูปแบบ การทำอาหาร ที่ค่อนข้าง แตกต่างจากที่ไทย หลากหลายอย่าง เช่น

  • ระดับความสุกของเนื้อ จะมีหลากหลายระดับ เช่น แรร์ (rare) , มีเดียมแรร์ (medium rare) , มีเดียม (medium) , มีเดียมเวลล์ (medium well) , เวลล์ดัน (well done)  และ โอเวอร์คุก (Overcook)
  • มีการใช้ช้อน ส้อม และมีด ตามลำดับการใช้

อาหารแปลกๆ ไปรู้จักกับอาหารแปลก จากทั่วทุกมุมโลกกัน!!

อาหารแปลกๆ

อาหารแปลกๆ จากทั่วทุกมุมโลก ไปดูกันว่าแต่ละประเทศ จะแปลกแค่ไหน?

อาหารแปลกๆ ที่เป็นที่นิยม เฉพาะกลุ่ม หรือประเทศนั้นด้วย ด้วยเหตุผลบางอย่าง แต่คนทั่วโลกนั้น อาจจะยังไม่เข้าใจ วันนี้จึงอยากจะพาทุกคน ไปรู้จักกับอาหารแปลก จากทั่วทุกมุมโลกกัน

ทั้งนั้นไม่ได้มองในแง่ลบ กับเมนูไหนทั้งสิ้นนะคะ เราเพียงแต่นำเสนอ ให้เห็นวัฒนธรรม และความเป็นอยู่ของประเทศอื่น ๆ ผ่านทางอาหารเท่านั้น

เมนูเด็ด เมนูแปลก

เมนูเด็ด เมนูแปลก!!!

1.แมงมุมทารันทูล่าทอดกัมพูชา เริ่มกันด้วยประเทศเพื่อนบ้านเรา อย่างกัมพูชา กับเมนูแมงมุมทอด หรือว่ากันว่าเมนูนี้ เกิดขึ้นสมัยเขมรแดง ที่ชาวบ้านอดอยาก ไม่มีอะไรกิน ส่วนเจ้าแมงมุมทารันทูล่า ก็มีมากมาย

เลยจับมาทอดกิน แล้วมันก็ได้กลายมาเป็นของทานเล่น ที่ได้รับความนิยม ในปัจจุบันของคนกัมพูชา คนที่เคยกินบอกว่า มันมีรสชาติคล้ายปู

2.ตาปลาทูน่าญี่ปุ่น ญี่ปุ่นเป็นอีกประเทศหนึ่ง ที่มีวัฒนธรรมและอาหารที่เป็นเอกลักษณ์ มีอาหารน่ากินมากมาย และบางอย่างก็แปลก เช่นตาปลาทูน่า ซึ่งได้รับความนิยม ในหมู่ของคนญี่ปุ่น โดยจะเห็นได้ตามร้านอิซากายะ

ตาปลาทูน่าญี่ปุ่น

หรือร้านนั่งดื่มสไตล์ญี่ปุ่น ที่มีเมนูตาปลาทูน่า หลากหลายเมนูให้เลือกชิม แต่นักทานตัวจริงบอกว่า แค่ต้มหรือนึ่ง แล้วทานกับกระเทียม และซอสโชยุ แค่นี้ก็อร่อยแล้ว รสชาติของมันคล้าย ๆ กับปลาหมึก

3.เยลลี่จมูกกวางมูสแคนาดา ฟังดูแค่ชื่อก็แปลกแล้ว เยลลี่จากจมูกกวาง กวางมูสคือเป็นสัตว์ ที่อาศัยอยู่มากในแคนาดา และตรงส่วนจมูกเอง ก็มีเจลาตินอยู่ เมนูนี้จึงเกิดขึ้น เพราะในยุคก่อน มีการล่ากวางมูส มาทำเป็นอาหาร

และส่วนต่าง ๆ ก็ต้องถูกใช้ อย่างคุ้มค่าที่สุด ผู้ชายออกไปล่าสัตว์กลับมา คุณแม่บ้านก็จะใช้ส่วนต่าง ๆ มาทำอาหาร จึงเกิดการทดลอง เอาจมูกกวางมูสมาต้ม เพื่อลอกเอาหนัง และขนที่ติดอยู่ออกไปก่อน จากนั้นจึงสไลด์เป็นแผ่น ต้มกับน้ำซุปอีกที รอให้เย็นตัวลง ก็จะได้เยลลี่จมูกกวางมูส

ข้าวคลุกหมึกดำ ” อาหารวัฒนธรรม ” ประเทศโครเอเชีย

ข้าวคลุกหมึกดำ

ข้าวคลุกหมึกดำ ( Black Risotto ) อาหารวัฒนธรรม ที่น่าลอง ! 

ข้าวคลุกหมึกดำ อาหารวัฒนธรรม ของประเทศโครเอเชีย ซึ่งประเทศนี้ ก็เต็มไปด้วย ความอุดมสมบูรณ์ และมีวัฒนธรรมต่าง ๆ ที่มีมากมาย จึงทำให้เป็นที่รู้จัก อย่างโด่งดังไปทั่งโลก และข้าวคลุกหมึกดำ ก็เป็นหนึ่งเมนู ที่เมื่อนักท่องเที่ยว ได้มาเยือน ” ประเทศโครเอเชีย ” ต้องสั่งรับประทานทุกครั้ง

ข้าวคลุกหมึกดำ

เป็นเมนูที่ผู้คน ต่างให้ความสนใจ และชื่นชอบกัน เป็นจำนวนมาก ก็เพราะว่าอาหารชนิดนี้ เมื่อรับประทานเข้าไป ก็สามารถทำให้สีฟัน เป็น ” สีดำ ” ในทันที เพราะข้าวคลุกหมึกดำ เป็นอาหารที่มี ลักษณะเฉพาะของสีข้าว ที่แตกต่างจากเดิม คือสีดำจึงทำให้ นักท่องเที่ยวชอบ ในความแปลกใหม่ ในเมนูนี้นั่นเอง

จึงกลายมาเป็น ” อาหารวัฒนธรรม ” ของประเทศโครเอเชีย จนถึงในทุกวันนี้ ที่ไม่ว่าใครต่อใคร เมื่อได้เดินทางไปเยือน ต้องได้สั่งเมนูนี้ มารับประทานแน่นอน ถ้าไม่ได้ทานเมนูนี้ แสดงว่า ” ไปไม่ถึง ” หากมีโอกาสได้ไป อย่าลืมสั่งเมนูนี้ มาทานกันนะคะ รับรองว่าเด็ดสมคำร่ำลือ

วัฒนธรรมการกินของไทย สำหรับอาหารและวัฒนธรรมไทยถือเป็นที่ 1 ของโลก

วัฒนธรรมการกินของไทย

วัฒนธรรมการกินของไทย ที่รู้จักกันดีไปทั่วทั้งโลก ว่ามีรสชาติอร่อย และยังมีวัฒนธรรมการกินที่เป็นเอกลักษณ์

วัฒนธรรมการกินของไทย หมายถึงอะไร ? แล้วเราเคยคิดกันไหมคะ ว่าต้นกำเนิดของการกินนั้น มาจากไหน แล้วทำไมแต่ละภาคของไทย มีอาหารการกิน ที่ไม่เหมือนกัน ก่อนอื่นเราขอพูดถึง เรื่องอาหารก่อนนะคะ

อาหารของไทย แบ่งออกได้ 4 ภาค ดังนี้ค่ะ

ภาคที่ 1 อาหารภาคกลาง รสชาติของอาหารในภาคกลาง จะมีรสชาติที่ผสมผสาน แบบพอดีไม่เผ็ดโดด ไม่หวานนำจนเกินไป รสชาติได้ลงตัวที่สุด และมีความกลมกล่อมอีกด้วยค่ะ อาหารภาคกลาง เป็นอาหารที่มีความหลากหลาย ทางด้านรสชาติ และมีการใช้กะทิเป็นหลัก

อาหารของไทย

และมีส่วนผสม ของเครื่องแกงมากที่สุดอีกด้วย ลักษณะเด่นของอาหารภาคกลาง จะมีรสชาติครบ เปรี้ยวหวานมันเค็มเผ็ด และมีความประณีต ตกแต่งจานอาหารสวยงามน่ารัปทาน และอุดมไปด้วยเครื่องแกงต่าง ๆ อาหารภาคกลางที่ขึ้นชื่อ เช่น ผัดไทย แกงเผ็ดเป็ดย่าง ต้มยำกุ้ง ห่อหมกปลา เป็นต้น 

อาหารภาคที่ 2 อาหารภาคเหนือ อาหารในภาคเหนือ จะมีรสชาติออก มันเค็มและหวานนำเล็กน้อยค่ะ อาหารภาคเหนือ เป็นอาหารที่มีรสชาติ แบบกลาง ๆ มีรสเค็มนำเล็กน้อย รสเปรี้ยวและหวานตามมาแต่ไม่มากนัก

ลักษณะเด่น ของอาหารภาคเหนือ อาหารพื้นบ้านล้านนา จะไม่นิยมใส่น้ำตาล แต่ถ้าถามว่า ความหวานได้จากที่ไหน ถ้าไม่ใช้น้ำตาล ความหวานจะได้จาก ส่วนผสมที่นำมาทำอาหาร เช่นความหวานจากผักและเนื้อปลา

ไขมันจะได้จากน้ำมันของสัตว์นั่นเองค่ะ เน้นวัตถุดิบธรรมชาติที่หาได้ อาหารภาคเหนือ เช่นข้าวซอยไก่ ไส้อั่ว แกงแค น้ำพริกหนุ่ม ค่ะ

วิธีการปรุงอาหาร

อาหารภาคที่ 3 อาหารภาคใต้ อาหารในภาคใต้ เป็นอาหารที่ค่อนข้างจะเผ็ดร้อน รสจัดจ้านที่สุด ในบรรดาอาหารทั้ง 4 ภาคค่ะ และมีเครื่องเทศเป็นส่วนผสมในอาหารด้วยค่ะ อาหารภาคใต้ มีลักษณะผสมผสาน

ระหว่างอาหารไทยพื้นบ้าน กับอาหารอินเดีย เช่นน้ำบูดูผสมกับเม็ดเกลือ อาหารปักษ์ใต้ เป็นอาหารที่อร่อย รสชาติจะไม่ว่าจะเป็น เผ็ดจัดเค็มจัดเปรี้ยวจัด ครบรสในจาน ๆ เดียว นิยมใช้เครื่องเทศเป็นหลัก เช่น ผัดสะตอใส่กะปิ แกงไตปลา คั่วกลิ้ง

วัฒนธรรมการกินของไทย

ภาคที่ 4 อาหารภาคอีสาน จะมีรสเค็มและเผ็ดนำค่ะ โดยใช้ วิธีการปรุงอาหาร แบบการปิ้งและย่าง นิยมรัปทาน ต้มลาบและก้อยค่ะ อาหารอีสาน มีรสชาติเด่น ๆ คือรสเค็มจากน้ำปลาร้า รสเผ็ดจากพริกสดและพริกแห้ง อาหารอีสานส่วนใหญ่ จะมีลักษณะแห้งข้น และมีปลาร้าเป็นส่วนผสม ของอาหารแทบทุกเมนู

อาหารพื้นบ้านอีสาน ส่วนมากจะเผ็ดเค็มและเปรี้ยว คนอีสานส่วนมาก จะรับประทานข้าวเหนียว เป็นอาหารหลัก ข้าวเหนียวจึงเป็นสัญลักษณ์ ของอาหารอีสาน อาหารภาคอีสานที่ขึ้นชื่อ เช่น ส้มตำ ลาบ ยำไข่มดแดง ซุปหน่อไม้

อาหารไทย 4 ภาค ถึงจะมีความแตกต่างกันบ้าง แต่ก็มีบางอย่างที่ชื่อเหมือนกัน แค่แตกต่างตรงด้านรสชาติ ที่ปรับให้ถูกใจของคนในภาคนั้น ๆ อาหารนั้นคือ น้ำพริก น้ำพริกคือเครื่องจิ้ม ที่นิยมรับประทาน ทั่วทุกภูมิภาคของไทย

คือน้ำพริก ที่ใช้พืชผักสมุนไพร ครบทุกรสชาติ อุดมด้วยแร่ธาตุ และสารอาหาร มีประโยชน์แก่ร่างกาย แถมไม่เป็นโรค ไม่มีภัยถามหาอีกต่างหาก จึงทำให้คนไทย นิยมทานน้ำพริก เป็นอาหารหลัก หรือทานคู่กับทุก ๆ มื้อ

ตัวอย่างเช่น

1. น้ำพริกมะขาม ( ภาคกลาง )
มีรสชาติเป็นเอกลักษณ์ กลมกล่อม ไม่เผ็ดจนเกินไป
2. น้ำพริกปลาร้าสับ ( ภาคอีสาน )
ทำโดยเอาปลาร้า มาสับรวมกับ เครื่องสมุนไพรสด จนเข้ากันดี รสชาติเผ็ดเค็มนัว จากเนื้อปลาร้า
3. น้ำพริกเห็ดย่าง ( ภาคเหนือ )
โขลกพริกพร้อมกับ หัวหอมเล็กน้อย บวกกับกระเทียมกลีบใหญ่ เผาเอาเนื้อมาใช้ รวมกันในครกจนละเอียดดี เสร็จแล้วใส่เห็ดย่าง ลงไปโขลกรวมกัน จนได้เนื้อน้ำพริกตามชอบ
4. น้ำชุบโจร ( ภาคใต้ )
น้ำพริกที่โขลก ทำด้วยกะปิ และใส่หอมเล็กน้อย แทนกระเทียม ส่วนน้ำชุบหยำ จะหั่นส่วนผสมเป็นชิ้นเล็ก ๆ รวมกับเครื่องปรุง แล้วใช้มือขยำให้เข้ากัน

ด้านวัฒนธรรมการกินของไทยที่เป็นเอกลักษณ์

เปิบมือ

ก็คือการ “เปิบมือ” ซึ่งเป็นวัฒนธรรมการกิน ที่มาแต่โบราณ ลักษณะคือ การนั่งกินข้าวกับพื้นบ้าน ใช้ผ้าสะอาด หรือเสื่อปูบนพื้น

แล้วนั่งกินข้าวล้อมวงกัน ภายในครอบครัว กลางวงจะมีโถข้าว และสำรับจัดวางไว้ มีช้อนกลาง สำหรับตักกับข้าวใส่จานของตน แล้วเปิบอาหารด้วยมือ ถือเป็นวัฒนธรรม ที่ใครพบเห็น ต้องรู้ว่ามาจากไทยแน่นอน

นอกจากอาหารไทยที่น่ากิน และวิธีการรัปทานแล้ว คนไทยส่วนมากยังนิยม หาอารหารด้วยตนเอง ไม่ว่าจะภาคไหน ๆ ก็มีวิธีการหา ที่แตกต่างกันออกไปตามลักษณะภูมิประเทศ อย่างภาคกลาง มีแม่น้ำอันอุดมสมบูรณ์ หลากหลายสาย จึงมักจะมีกุ้งหอยปูปลา ที่อุดมสมบูรณ์ตามไปด้วย

คนในพื้นที่นี้ จึงนิยมจับสัตว์น้ำเหล่านี้ มาปรุงเป็นอาหาร เช่น ต้มยำกุ้งที่ใช้กุ้งแม่น้ำ มาทำเป็นส่วนประกอบหลัก ภาคเหนือนิยมหาของป่า จึงมักจะมีผลไม้ หรือพืชผักที่ได้จากป่า มาปรุงเป็นอาหาร

หาอารหารด้วยตนเอง

อย่างเช่น เมนูขนมจีนน้ำเงี้ยว ที่ได้ดอกงิ้ว คือ ดอกของต้นงิ้วทาง ซึ่งเป็นส่วนผสมสำคัญ ในการทำขนมจีนน้ำเงี้ยว ให้มีรสชาติกลมกล่อมขึ้น ส่วนทางภาคใต้นั้น ติดกับทางฝั่ง ประเทศเพื่อบ้าน อย่างประเทศมาเลเซีย

และยังมีทะเล เป็นจุดสำคัญ จึงนิยมนำเครื่องเทศ ที่ได้จากการดัดแปลง มาทำเป็นอาหารประจำถิ่น อย่างคั่วกลิ้ง ข้าวยำ เป็นต้น และมาถึงอาหารอีสาน ถิ่นเขตเมืองร้อน ที่ได้รับอิทธิพล จากฝั่งเพื่อนบ้าน อย่างประเทศลาว

ทำให้มีวิถีการกิน ที่คล้ายคลึงกัน และอาหารส่วนมาก หามาได้จากแม่น้ำโขง และเข้าป่าเพื่อล่าสัตว์ อาหารที่บ่งบอก ถึงความเป็นอีสานอย่าง ยำไข่มดแดง นั่นเองค่ะ อาหารไทยไม่ว่าจะภาคไหน ๆ ก็เด็ด ๆ ทั้งนั้น

อาหารไทยเรานั้น จะไม่อยู่เป็นเอกลักษณ์ ให้กับพวกเราจนถึงทุกวันนี้ ถ้าไม่ได้รับการอนุรักษณ์ จากลูกหลานชาวไทย ที่สืบทอดกันมารุ่นต่อรุ่น อาหารไทยถือว่า เด็ดดวงจนเป็นที่เลื่องลือ ของชาวต่างชาติ ชนิดที่ว่ามาแล้วไม่กิน ต้มยำกุ้ง ผัดไทย อะไรจำพวกนี้ ถือว่ามาไม่ถึงไทย กันเลยค่ะ

ปลาทอดหยิน-หยาง มีใครเคยทานบ้างหรือยัง ?

ปลาทอดหยิน-หยาง

ปลาทอดหยิน-หยาง ชื่อเมนูฟังดูดี แต่กรรมวิธี..

ปลาทอดหยิน-หยาง ใครที่ชอบรับทาน อาหารสด ๆ เชิญทางนี้จ้า ดูจากชื่อเมนูแล้ว น่าจะเป็นอาหาร ที่ถูกคิดสูตร มาเพื่อคนที่ รักสุขภาพ ความหมายน่าจะสื่อถึง การรักษาสมดุล ภายในร่างกาย ปลาทอดกรอบ ๆ สีเหลืองทอง ราดด้วยน้ำซอส หรือน้ำยำแสนยั่วยวน ชวนให้ลิ้มลอง 

ไฮไลท์ในการทำ ไม่ได้อยู่ที่ การปรุงน้ำซอส หรือว่าน้ำยำ แต่มีขั้นตอน ที่โคตรเด็ด โคตรพิสดาร นั้นก็คือ ขั้นตอนการทอดปลา เมนูนี้ปลาสดมาก สดแบบว่าปลายังดิ้น ๆ พ่อครัวจะเอาผ้ามาห่อ และจับส่วนหัวไว้ แล้วหย่อนส่วนลำตัว ลงในน้ำมันเดือด ๆ จนได้ตามต้องการ เรียกว่าหัวยังดิบ ๆ แต่ส่วนลำตัวสุกกรอบ

ปลาทอดหยิน-หยาง

นี่คือที่มา ของปลาทอดหยิน-หยาง หรือที่เรียกกันว่า “ปลาที่ตายแล้ว แต่ยังมีชีวิต” ซึ้งตอนเสิร์ฟลงจาน เจ้าปลาตัวน้อย ปากยังพะงาบ ๆ ดวงตาใสแป๋ว กลอกกลิ้งไปมา เหมือนว่ากำลังมอง มาที่เหล่านัดชิม ที่กำลังจิ้ม ตัวของมันไปกิน ที่ละชิ้น ๆ

เมนูดังกล่าว ปรากฏต่อสายตา ชาวโลกผ่านคลิบ ครั้งแรกช่วงปี 2000 ของร้านอาหารหนึ่ง จากเมืองเจียอี้ ประเทศไต้หวัน ซึ่งถูกวิจารณ์ ไปในทางเดียวกันว่า เป็นเมนูที่ โหดร้ายเกินไป

ปลาทอดหยิน-หยาง

แม้แต่ชาวจีนเอง ก็แสดงความ ไม่พอใจกับการ ทอดปลาเป็น ๆ ให้ลงไปดิ้น ในน้ำมันร้อน ๆ เป็นการทารุณกรรม ต่อสัตว์เป็นอย่างมาก ที่บ้านเราเองก็เคย มีร้านที่นำเสนอ เมนูสุดโหด โคตรพิสดารนี้ เช่นเดียวกัน

ชีส Casu martzu cheese อืมม.!! ดีไหม ?

ชีส Casu martzu

ชีส Casu martzu ชีสที่อันตรายที่สุดในโลก

ชีส Casu martzu สกู๊ปพิเศษวันนี้ สุดยอดอาหารแปลก จากต่างประเทศ ชีส Casu martzu (คาสุ มาร์ซู) ชีสเลิฟเวอร์ มารวมกันตรงนี้ กลิ่มชีสหอม ๆ เริ่มลอยมาทักทาย คุณแล้วหรือยัง ? ตอนนี้คงกำลัง จินตนาการ ถึงหน้าตาของมัน แน่เลยใช้มั๊ยย !!

ก่อนอื่นมารู้ กันก่อนเลยว่า Casu martzu ผลิตด้วยกรรมวิธี สุดคลาสสิคเลยนะ ทำจากน้ำนมแกะ หมักบ่มตามธรรมชาติ ช่วงปลายฤดูใบไม้ผลิ ซึ่งมีอากาศอบอุ่น ใช้เวลาประมาณ 3-6 เดือน แล้วแต่ความใหญ่ หรือเล็กของก้อน แต่ที่พิเศษสุด ๆ ก็คือเคล็ดลับ ความนุ่มละมุน

เพียงแค่เจาะรูเล็ก ๆ ให้ทั่วทั้งก้อนชีส แล้ววางทิ้งไว้ ให้แมลงวันวางไข่ จนเกิดตัวอ่อนหนอน แล้วปล่อยให้เจ้าเบบี๋ ชอนไชยั๊วะเยียะ จนไขมันแตกตัว กลายเป็นชีสที่อ่อนนุ่ม และชุ่มฉ่ำเป็นพิเศษ โดยชีสขนาด 1 กิโลกรัม จะมีหนอนประมาณ 40,000 ตัว 

ชีส Casu martzu

การทานที่ถูกวิธี คือต้องทานตอนที่ หนอนยังมีชีวิตอยู่ เท่านั่น !! ถ้าหากทานหนอนที่ตาย เข้าไปแล้วละก็ อาจทำให้เกิดอาการ อาหารเป็นพิษขั้นรุนแรงได้ สหภาพยุโรป จึงได้ขึ้นบัญชีดำ อาหารผิดกฎหมาย และถูกติดป้าย ชีสอันตรายที่สุดในโลก ห้ามซื้อขายโดดเด็ดขาด

ยกเว้นชาวพื้นเมือง Sardinia ประเทศอิตาลี เพราะถือเป็นวัฒนธรรมการกิน แบบฉบับท้องถิ่น ที่สืบทอดมานาน จึงทำให้ชีส Casu martzu เป็นที่ต้องการของ นักล่าชีส และกลายเป็น สุดยอดวัตถุดิบ ที่ลักลอบซื้อขายกัน เฉพาะในตลาดมืดเท่านั้น