แสร้งว่า เครื่องจิ้มไทยโบราณ อร่อยจริงไม่(เส)แสร้ง

แสร้งว่า เครื่องจิ้มไทยโบราณ อร่อยจริงไม่(เส)แสร้ง

แสร้งว่า เป็นอาหารไทยโบราณ ที่นอกจากแกง ที่โดดเด่นในสมัยก่อนแล้ว ก็ยังมีน้ำพริกต่าง ๆ รวมถึงเครื่องจิ้ม เพราะคนไทยสมัยก่อน มักเน้นกินอาหาร ที่หลากหลาย รสชาติจัดจ้าน มีประโยชน์ และสามารถหา ได้ง่ายตามธรรมชาติ

แสร้งว่าก็เป็นอีก 1 เมนูนั้น ตั้งแต่กรุงรัตนโกสินทร์ เลยนะคะ สำหรับคนยุคใหม่บางท่าน อาจจะไม่คุ้นเคย หรือไม่เคยได้ ลองชิมด้วยซ้ำไป ไปรู้จักกับเมนูนี้ ให้มากขึ้นกันดีกว่า จะได้รู้ว่ามีดียังไง

แสร้งว่า ประวัติ และที่มาของเมนูนี้

ที่มาของเมนู เกิดจากความเหมือนกัน กับยำไตปลา ของทางภาคใต้ มีลักษณะข้น และมีรสชาติที่จัดจ้าน แต่เป็นการกิน ของคนชาววัง

เพิ่มเติม : ยำไตปลา หรือแกงไตปลา ใช้ไส้ปลาทูเป็นหลัก นำมาผสมกับ พวกเครื่องสมุนไพร อย่างเช่น พริกกระเทียม หอมแดง ตะไคร้ ข่าขมิ้น เป็นต้น เติมน้ำเพียงเล็กน้อย ให้พอขลุกขลิก จิ้มกับพวกผักสดต่าง ๆ ที่แต่ละบ้านชอบกิน

แสร้งว่า ประวัติ

แสร้งว่ามีคาบเกี่ยว ที่คล้ายกับน้ำพริก แต่เปลี่ยนมาใช้เนื้อปลา ที่ชาววังคุ้นเคยกว่า เครื่องเยอะกว่า หรือการปรุงที่แตกต่าง กันไปบ้าง และกินกับผักสดเช่นกัน หรือราดข้าวสวยร้อน ๆ ก็อร่อยไม่แพ้กัน~

แสร้งว่า จึงมีความหมายว่า การทำเครื่องจิ้ม ที่พยายามทำให้เหมือน กับยำไตปลา แต่สุดท้ายก็แค่แสร้งทำ ไม่เหมือน 100%

แสร้งว่า มีกี่ประเภท ?

ส่วนมากมักจะใช้ ปลาและกุ้ง มี แสร้งว่าปลาหมึก หรือเนื้ออื่นบ้าง ปัจจุบันขึ้นอยู่กับ ร้านอาหารนั้น ๆ เลยค่ะ เรียกได้ว่าค่อนข้าง ฟรีสไตล์ทีเดียว

แสร้งว่า

ไปทำเมนู แสร้งว่ากุ้ง ยอดนิยมกัน!!

แสร้งว่ากุ้ง สูตรโบราณ มักทำจากกุ้งแม่น้ำจืด พร้อมใส่มันกุ้ง รู้หรือไม่ว่า เมนูนี้เป็น เมนูโปรดของ รัชกาลที่ 5 เลยค่ะ

วัตถุดิบที่ใช้ (สำหรับ 4 ท่าน)

กุ้งก้ามกราม 4 ตัว

ตะไคร้ซอย

หอมแดงซอย

พริกขี้หนูซอย

ขิงอ่อนซอย

ใบมะกรูดซอย

ผักชีไทยซอย

น้ำมะนาว

น้ำมะกรูด

น้ำมะขามเปียก (ความแตกต่างคือ ยำไตปลาจะไม่ใช้)

น้ำปลา

น้ำตาลมะพร้าว

และผักสดต่าง ๆ

แสร้งว่า

แสร้งว่ากุ้ง วิธีทํา

  • ส่วนของกุ้ง ให้นำไปล้าง ทำความสะอาด ไม่ให้มีกลิ่นคาว ใช้กรรไกรตัดหนวด ขากุ้ง และกรี (ส่วนหัวที่แข็ง ๆ) ผ่าดึงเส้นดำ ที่หลังกุ้งออก แต่ให้เหลือเปลือกไว้ เพราะต้องใช้วาง บนตะแกรงเพื่อ ย่างให้สุกก่อน สุกระดับหนึ่งพอ เพราะเรายังต้อง นำไปทำต่อ
  • หลังจากนั้นตักขึ้นมา พักไว้ให้หายร้อน แกะเนื้อกุ้งออก จะหั่นเป็นชิ้น หรือแบบไหนก็ตามใจชอบเลย และอย่าลืม! เก็บส่วนหัวมันกุ้งไว้ก่อน ถือว่าเป็นตัวอร่อยเลยค่ะ

ไปทำส่วนน้ำยำกัน ที่เราไม่ได้บอกส่วนผสมแน่นอน ก็เพราะว่าเมนูนี้ สามารถใส่ปริมาณ ได้ตามใจชอบเลย ใครชอบเปรี้ยว เค็ม เผ็ด รสไหนสามารถปรุงได้เลย

  • เริ่มจากใส่เครื่อง สมุนไพรต่าง ๆ อย่างตะไคร้ หอมแดง พริกขี้หนู ขิงอ่อน ผักชีลงไป
  • ตามด้วยเนื้อกุ้ง และมันกุ้งเยิ้ม ๆ
  • ปรุงรสด้วย น้ำมะนาว น้ำตาล น้ำปลา น้ำมะขามเปียก และน้ำมะกรูด คนให้ส่วนผสมเข้ากัน แนะนำให้ปรุงไป ชิมไปด้วยนะคะ ตามรสที่เราชอบเลย
  • หลังจากนั้น นำเครื่องปรุง เทผสมกับเนื้อกุ้ง เมื่อสักครู่นี้ คลุกให้เข้ากัน
  • ตักใส่ถ้วย พร้อมเสิร์ฟกับผักสด หรือข้าวสวยร้อน ๆ แสร้งว่ากุ้ง เชฟป้อม

ส่วนมากสูตรโบราณ คนมักนิยม กินกับมะเขือเปราะ มะเขือลูกเล็ก แตงกวา เป็นต้น เดี๋ยวนี้มีถั่วฝักยาว กะหล่ำปลี ผักกาดหอม กินกับปลาดุกฟูก็มี จะได้ความรู้สึก เดียวกับน้ำยำ หรือถ้าใครที่ อยากกินเนื้อกุ้ง แบบไม่ผสมลงไป ในแสร้งว่าก็ได้

เป็นยังไงบ้างคะ น่ากินไหมเอ่ย รู้ได้ถึงความฮิต ของสมัยก่อน ที่ถึงกับมี การแต่ง กลอน แสร้งว่า ขึ้นมาเฉพาะเลย มีชื่อเรียกว่า แสร้งว่า กาพย์เห่ชมเครื่องคาวหวาน

ไตปลาเสแสร้งว่า ดุจวาจากระบิดกระบวน

ใบโศกบอกโศกครวญ ให้พี่เศร้าเจ้าดวงใจ

แสร้งว่ากุ้ง สูตรโบราณ

นอกจากแสร้งว่า จะเป็นเมนูโปรดของรัชกาลที่ 5 แล้วก็ยังมีเมนูอื่น อีกอย่างปลาทูกะปิ ซึ่งมีลักษณะ เป็นเครื่องจิ้มเหมือนกัน โดยเฉพาะ’กะปิพล่า’ ถึงกับเคยเอ่ยปาก กับหม่อมเจ้าหญิง จงจิตรถนอม ดิศกุลเอาไว้ว่า ‘ข้าได้กินน้ำพริกของเจ้า ทำให้ข้ารอดตายไปได้’ ว่าแบบนั้นเลยทีเดียว

กะปิพล่าคืออะไร ? ชื่อไม่คุ้นเคยเลย

คล้ายกับน้ำพริก กะปิเลยค่ะ แต่จะต่างกันที่ เป็นน้ำมากกว่า ซึ่งจะมีกลิ่น และรสของผิว ส้มซ่าอีกด้วย ส่วนวิธีการอีกอย่าง กะปิพล่าไม่จำเป็น ต้องโขลกในครก เหมือนน้ำพริกกะปิ ส่วนผสมต่าง ๆ ที่ใช้ก็จะมี กะปิ น้ำมะนาว น้ำส้มซ่า เนื้อและผิวส้มซ่า น้ำปลา น้ำตาลมะพร้าว กระเทียมซอย หอมแดงซอย กุ้งแห้งป่น พริกขี้หนูสวน

ขั้นตอนการทำ

  • ห่อกะปิด้วยใบตอง หรือฟอยล์ห่ออาหาร นำไปปิ้งให้พอหอม
  • ต่อไปทำกะปิ โดยการผสมเครื่องปรุง น้ำส้มซ่า น้ำมะนาว น้ำตาลมะพร้าว และน้ำปลาเข้าด้วยกันในถ้วย
  • ต่อมาใส่กะปิ ที่ปิ้งไว้แล้ว ลงถ้วยใหม่ ค่อย ๆ ใส่น้ำเครื่องปรุง จากข้อที่แล้ว ใส่ทีละนิด ผสมให้เข้ากัน ใส่พวกวัตถุดิบที่เหลือ (ทำไปชิมไปตามเคย) ให้ได้รสที่ชื่นชอบ ใครชอบรสเผ็ด เปรี้ยว เค็ม ก็แล้วแต่เลยค่ะ
  • เรียบร้อยแล้ว พร้อมกินกับเครื่องเคียง อย่างปลาทู หมูหวาน พร้อมกับผักสด หรือผักต้ม ข้าวสวยสักถ้วย

เรียบเรียงโดย M.Varin

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น