แกงกะหรี่ อาหารที่บางคนชอบกิน บางคนไม่ชอบรสชาติ เหตุผลว่ามีกลิ่นฉุน

แกงกะหรี่ ที่หลายคนเข้าใจว่า เป็นอาหารญี่ปุ่น แต่แท้จริงแล้ว มีต้นกำเนิดจากอินเดีย

แกงกะหรี่ ที่ใส่ผงกะหรี่ เครื่องแกงที่ มีสีเหลือง มีเครื่องเทศ เป็นส่วนประกอบ นำมาผสมกันอย่างเช่น ขิงเหลือง พริกไทย กระเทียม มีรสเผ็ด และให้กลิ่นหอม

หรือที่เรา รู้จักกันดีก็คือมักจะใส่ เนื้อสัตว์ ส่วนตัว อลิส ชอบทาน แกง กระ หรี่ เนื้อตุ๋น และใส่ผักต่างๆ ไข่ต้ม โดยจะนำมาราด ลงไปบน ข้าวสวยร้อน ๆ

ปัจจุบันได้มี ก้อนแกง กระ หรี่ ส่วนผสม หลัก มีออกมาวางขาย ก้อนแกง กระ หรี่ 7-11 ซึ่งดูจาก วัตถุดิบแล้ว จะรู้ได้ เลยว่าเป็น เมนูทำง่าย
ที่ราคา ไม่ได้สูงมาก อีกด้วยค่ะ เพื่อน ๆ บางคนอาจ จะเข้าใจว่า เมนูนี้ เป็นอาหาร ของญี่ปุ่น เพราะจะได้เห็น เมนูข้าว แกงกะหรี่ ได้ในร้าน อาหารญี่ปุ่น

แต่จริงๆ แล้วแกงกะหรี่ มีที่มาจาก ประเทศอินเดียค่ะ ในสมัยก่อน ที่อยู่ในยุค ขยายเขต อาณานิคม และยังเดินทาง กันโดยเรือ ทหารเรืออังกฤษ ได้เดินทาง ไปที่อินเดีย และติดใจ ในรสชาติ

ของอาหาร อินเดียที่ จะใช้เครื่องเทศ เข้ามาเป็น เครื่องปรุงอยู่ ในอาหาร โดยเฉพาะ แกงกะหรี่ ทหารอังกฤษ จึงได้นำเครื่องเทศเหล่านั้น

ติดเรือมาด้วย เมื่อทหารเรือ ของอังกฤษ ได้เดินทาง ไปเพื่อเป็น พันธมิตร
ที่ประเทศญี่ปุ่น ได้ถูกเผยแพร่ เข้าไปที่ญี่ปุ่น นั่นเองค่ะ

แกงกะหรี่ ต้นฉบับของอินเดีย ที่มีส่วนผสม เครื่องเทศที่หลากหลาย รสชาติเผ็ดร้อน 

แกงกะหรี่

ถือว่าเป็นเมนู ที่ยอดนิยม และยังเป็น เมนูหลักๆ ของชาวอินเดีย ก็ว่าได้เลยค่ะ
ซึ่งแกงของ ประเทศอินเดีย นั้นมี 2 แบบคือ แกงกะหรี่ และแกงมาซาล่า

ซึ่งแกงทั้งสองแบบนี้จะ มีความเข้มข้น แตกต่างกันค่ะ แกงกะหรี่ นั้นจะมี ความเข้มข้น ที่น้อยกว่า
แกงมาซาล่า เนื่องจากปรุง ด้วยน้ำแกง แกงกะหรี่ อินเดีย มาจากการ ที่เอาเครื่องเทศ
แกง กระ หรี่ โบราณ หลากหลายชนิด มาผสมกัน

ทำให้มี รสชาติเผ็ด และมีกลิ่นที่เฉพาะตัว ชาวอินเดีย กินแกงกะหรี่คู่กับ แผ่นแป้งบางๆ เรียกว่า Naan ที่อบในเตาถ่านร้อน ๆ สำหรับคน ที่ไม่ค่อย ชื่นชอบก็จะบอกว่า มีกลิ่นที่ฉุน แต่ถ้าเพื่อนๆ คนไหนได้ลองชิม

ส่วนใหญ่ก็ จะติดใจ ในรสชาติ ก็ได้นะคะ ข้อดีของ กะหรี่นั้น ยังสามารถ ดับกลิ่นที่
ไม่พึงประสงค์ ของอาหาร ได้ดีด้วย

นอกจากนี้ ชาวอินเดีย ยังนิยม นำกะหรี่ มาใส่ลงใน อาหารแล้ว ยังเป็นการ ถนอมอาหาร และยังช่วย กระตุ้นให้เกิด ความอยากอาหาร ช่วยให้เรา เจริญอาหาร อีกด้วยค่ะ

ญี่ปุ่นนำแกงกะหรี่ มาดัดแปลง ให้เข้ากับวัฒนธรรม การกินของตัวเอง
จนทำให้แกงกะหรี่ เป็นที่ชื่นชอบของคนไทย

ก้อนแกง กระ หรี่ ส่วนผสม

สำหรับคนญี่ปุ่น จะมีการ ดัดแปลงสูตร จากดั้งเดิม ของอินเดีย เคี่ยวคาเร กับเนื้อสัตว์ต่างๆ หัวหอม แอปเปิ้ล มันฝรั่ง และแครอท เสิร์ฟราดบนข้าว ญี่ปุ่นร้อนๆ คู่กับ ทงคัตสึ

หรือหมูชุบเกล็ดขนมปัง ทอดแบบของ คนญี่ปุ่น อีกทั้งยัง เปลี่ยนไปกิน คาเรกับ “ข้าวญี่ปุ่น” ซึ่งเป็นสิ่ง
ที่ขาดไม่ได้ สำหรับคนที่นี่ คาเรญี่ปุ่น จะข้นกว่า และไม่ได้ เน้นเครื่องเทศ มากนักรสชาติ
จึงมีความ เผ็ดร้อน น้อยกว่าแกง กะหรี่อินเดีย

เพราะว่าคน ญี่ปุ่นส่วนใหญ่ จะไม่กินอาหารรสเผ็ดเลย จึงไม่มี การเพิ่มความ เผ็ดด้วยพริก อีกเลยค่ะ ซึ่งทำให้ ได้คาเร

ที่เนื้อละเอียดละมุน ๆ พร้อมรสชาติ ที่หวานจาก ธรรมชาติ  กินคู่กับ หัวไชเท้าดอง เพื่อตัดเลี่ยน นี่ก็เป็น เคล็ดลับ แกง กระ หรี่ ญี่ปุ่น อีกสิ่งหนึ่ง

จึงทำให้ เมนูนี้ กลายเป็นอีก หนึ่งอาหารที่ยอดนิยม ของคนญี่ปุ่น แม้แต่คนไทย ก็ชื่นชอบ แกงกะหรี่ ของญี่ปุ่น ไปแล้วก็ ว่าได้ค่ะ

บางครอบครัว ในประเทศญี่ปุ่น แทบจะมีอยู่ ไม่มื้อใด ก็มื้อหนึ่ง หรือไม่ก็ทั้งเช้า กลางวัน เย็นเลยทีเดียวค่ะ

อลิส เคยได้ยินว่า กินแกงกะหรี่ เป็นประจำ จะทำให้ ตัวเหลืองได้ บางคนให้ เหตุผลว่า
เพราะในผง หรือก้อนกะหรี่ จะมีขมิ้น ที่เป็นส่วน ประกอบหลัก

เลยทำให้แกง เป็นสีเหลือง ความจริงใน เรื่องนี้ยัง ไม่มีงานวิจัย หรือหลักฐาน ทางวิทยาศาสตร์ มายืนยัน แต่อย่างใดค่ะ

ส่วนตัวคิดว่า ถ้าเรากิน ในปริมาณ ที่ปกติ ในแต่ละวัน ไม่มากเกินไป พอขมิ้นเข้า สู่ร่างกาย
มันก็จะ ถูกย่อยไป ระหว่างที่ มีการดูดซึม

จึงไม่น่าจะ ทำให้ผิว ของเราเหลืองได้ อย่างคนอินเดีย หรือคนญี่ปุ่น เค้ากินแทบ ทุกวันเลย ผิวพวกเขา ยังไม่เหลือง กันเลยเนอะ

เรียบเรียงโดย อลิส

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *